หน้าแรก ภูมิภาค หาดใหญ่ขอ ครม...

หาดใหญ่ขอ ครม.ดูรอบด้าน ไม่ช่วยเรื่องภาษี แต่ให้ขึ้นค่าแรง 400 ทั้งที่ขายห้องพักหลักพัน?

27.03.24 | 09:58 น.
ภาพโดย bcl869/pixabay

ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวหาดใหญ่วอน ครม.ชะลอการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำธุรกิจโรงแรม อย่าไปผูกติดกับโรงแรมขายห้องคืนละหมื่น ก่อนซ้ำเติบสถานการณ์ว่างงาน ปลดคนงาน 50% เพื่อเซฟค่าใช้จ่าย

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีไตรภาคีพิจารณาปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็นครั้งที่ 2 ของปีงบประมาณ 2567 และมีการปรับสูตรการพิจารณาใหม่ โดยขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำใน 10 จังหวัดนำร่อง และขึ้นในบางพื้นที่นำร่อง กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก 4 ดาวขึ้นไป และมีลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป ในอัตรา 400 บาทเท่ากัน มีผลตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.2567

โดย 10 จังหวัดนำร่องและปรับในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ สงขลา พังงา ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี พัทยา และ ระยอง เป็นต้น

“กรุงเทพมหานคร” ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่ เขตปทุมวัน และเขตวัฒนา “เชียงใหม่” ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ “ภูเก็ต” ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำทั้งจังหวัด “กระบี่” ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง “สงขลา” เฉพาะเทศบาลนครหาดใหญ่ “สุราษฎร์ธานี” ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่ อ.เกาะสมุย “พังงา” ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่เทศบาลตำบลคึกคัก

“ชลบุรี” ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่เมืองพัทยา “ประจวบคีรีขันธ์” ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่เทศบาลหัวหิน และ “ระยอง” ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่ ต.บ้านเพ

Advertisement

นายสมพล ชีววัฒนาพงศ์ ประธานสภาธุรกิจท่องเที่ยว จ.สงขลา เปิดเผยว่า ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจาก 345 บาทกระโดดเป็น 400 บาท ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมได้รับกระทบโดยตรง เนื่องจากคณะกรรมการไตรภาคีไปผูกกับกลุ่มโรงแรมที่ขายห้องหลักหมื่นต่อห้องต่อคืน อาทิ จ.ภูเก็ต สมุย กระบี่ แต่ อ.หาดใหญ่ ขายห้องหลักพันต่อคืนต่อห้อง ขณะที่ใช้พนักงานเท่ากัน ค่าใช้จ่ายเท่ากัน แต่รายได้ไม่เท่ากัน

นายสมพลเปิดเผยว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นการสนองนโยบายพรรคการเมืองบางพรรคที่ใช้หาเสียงช่วงเลือกตั้ง แต่ผลักภาระให้ผู้ประกอบการโดยตรง เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ขณะที่รัฐไม่เคยช่วยเหลือธุรกิจโรงแรมเลย ภาษีมูลค่าเพิ่มก็เรียกเก็บเท่าเดิม สุดท้ายต้องเพิ่มค่าห้องพัก ปลดคนงานที่อยู่ภาคธุรกิจโรงแรมประมาณ 10,000 คน หรือครึ่งหนึ่ง เพื่อลดลดค่าใช้จ่าย

นายสมพลกล่าวด้วยว่า ธุรกิจโรงแรมหาดใหญ่และทั่วประเทศประสบชะตากรรมเดียวกันกับจากการระบาดของโควิดมา 2-3 ปี จนหลายแห่งต้องเลิกกิจการ บางแห่งต้องหยุดดำเนินการจนถึงขณะนี้ ปัจจุบันเศรษฐกิจกำลังฟื้น ธุรกิจโรงแรมพอลืมตาอ้าปาก รัฐบาลตามมาบดขยี้ต่อ ขอให้ ครม.พิจารณาให้รอบด้าน โดยเฉพาะโรงแรมหาดใหญ่จะผูกติดกับโรงแรมที่ขายห้องหลักหมมื่น หลักแสนเป็นธรรมหรือไม่

ด้าน นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ระบุว่า การปรับค่าแรงขั้นต่ำต้องเอาปัจจัยแวดล้อม บริบทสังคมและเศรษฐกิจมาพิจารณา โดยเฉพาะโรงแรมภูเก็ตแลัเกาะสมุยขายห้องราคาเท่าไหร่ กำลังซื้อต่างกันหรือไม่ ระหว่างนักท่องเที่ยวกลุ่มมาเลเซีย กลุ่มจีน กลุ่มตะวันตก

นายสิทธิพงษ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของอนุกรรมการไตรภาคีสงขลามีการประชุมระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และมีข้อตกลงร่วมกันให้มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำทั้งจังหวัด แต่ไม่ใช่ปรับแบบก้าวกระโดด เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อน อย่ามองเฉพาะด้านดีด้านเดียว ด้านไม่ดี อาทิ เดือนรอมฎอนยอดห้องพักหายไปเกิน 60-70% ใครแบกต้นทุน 1 เดือน ให้คิดถึงวันไม่ดีบ้าง ทางสมาคมจะทำหนังสือถึงคณะกรรมการไตรภาคีชุดใหญ่ให้พิจารณาใหม่ หากไม่รับบข้อเสมอจะมีมาตรการต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง