หน้าแรก ภูมิภาค ตร.เลยตั้งด่า...

ตร.เลยตั้งด่านจับ ‘ไม่สวมหมวกกันน็อก’ ผ่อนผัน ต้อนมาฟังพระเทศน์ ขอบิณฑบาตสมอง

27.03.24 | 14:58 น.

ตร.เลยดักจับไม่สวมหมวกกันน็อก ต้อนมาฟังพระเทศน์ขอบิณฑบาตสมองตัวเอง หากไม่ใส่ถึงขั้นตาย-พิการ

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ป้อมตำรวจมลิวรรณ สี่แยกหน้าศูนย์ราชการจังหวัดเลย งานจราจร สภ.เมืองเลย ได้จัดโครงการนครปลอดภัยทุกวันทุกวัยสวมหมวกนิรภัย 100% ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร หรือผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ โดยมี พล.ต.ต.พงพิพัฒน์ ศิริพรวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย เป็นประธานพิธีเปิด มีผู้แทนห้างร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ บริษัทประกันภัย กรรมการฯตำรวจ สภ.เมืองเลย และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม

การจัดโครงการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ให้รถน้อยลง ทั้งนี้ เพื่อลดความรุนแรงจากการเกิดอุบัติเหตุ และลดการเสียชีวิตของผู้ประสบอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ และสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนน ให้เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกคน และเป็นการรณรงค์ให้ความปลอดภัยทางท้องถนน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง

โดยกิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองเลย ได้ตั้งด่านสกัดจับผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย สามารถจับมาได้กว่า 50 ราย โดยทั้งหมดให้มาร่วมกิจกรรม ซึ่งจะผ่อนผันการจับกุม โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง มาเทศนาธรรมสร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชน ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ ด้วยการสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง โดยเทศน์ขอบิณฑบาตสมองให้กับตัวเอง หากสวมใส่เวลาเกิดอุบัติเหตุขึ้นอาจถึงขั้นตาย-พิการ หลังจากเทศน์เสร็จเจ้าหน้าที่ ก็มีการแจกหมวกนิรภัยให้แก่ประชาชนฟรีทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอีกว่า จากการสังเกตการณ์ พบว่าผู้ที่ไม่สวมหมวกกันน็อคถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ต่างตกใจในตอนแรก แต่เมื่อตำรวจจับแล้วได้เชิญเข้ามานั่งฟังพระเทศน์ ความเครียดก็เริ่มผ่อนคลายลง แถมยังเป็นหนึ่งในผู้โชคดี ได้รับหมวกกันน็อคไปใช้ฟรีๆ

Advertisement

เรียกว่า จับมาร่วมงาน แล้วเซอร์ไพร์สกันสดๆ ไม่มีการเกณฑ์คนร่วมงานแต่อย่างใด และภายหลังพิธีเปิด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ได้ปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์ของประชาชนออกไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองเลย เพื่อรณรงค์ปลุกจิตสำนึกให้ประชาชน เห็นความสำคัญของหมวกกันน็อก และให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนต่อไป