ชาวบ้าน วอนรัฐบาลให้ทหารซึ่งมีความพร้อมมากกว่า เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาคนคลั่งรายวัน หลังมีหนุ่มถือมีดบุกเข้าร้านขายของส่ง วงจรปิดชัดครั้งต่อไปอาจหนักกว่านี้ หนุ่มลูกจ้างประกาศลาออกเพราะจิตเวชขู่หากไม่ไปจากที่นี่
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายจิรานุวัฒน์ สุจริยา อายุ 53 ปี เจ้าของร้าน PC มาร์ท ร้านขายของส่ง ในเขต ต.ชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่าอยากให้มีหน่วยงานใดก็ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชน ที่มักจะมีคนคลุ้มคลั่งถืออาวุธไล่ขู่ชาวบ้าน
นายจิรานุวัฒน์ได้นำคลิปวงจรปิดภายในร้านมามอบให้ผู้สื่อข่าวไว้เป็นหลักฐาน ถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนในครอบครัวและลูกน้อง ภาพดังกล่าวเป็นภาพชายสวมกางเกงโสร่งสีแดง ไม่สวมเสื้อ ถือมีดอีโต้บุกเข้ามาในร้าน ทำให้ทั้งเจ้าของร้านและลูกค้า ต่างวิ่งหนีกันกระเจิง
นายจิรานุวัฒน์ เจ้าของร้านเล่าว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายมา (สงวนนามสกุล) อายุประมาณ 28 ปี บ้านอยู่ตรงข้ามร้าน อยู่อาศัยในบ้านคนเดียวเพราะญาติย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมด วานนี้ได้ถือมีดเดินเข้ามาในร้าน ใช้มีดชี้ใส่คนในร้านและลูกค้า จึงต้องวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง
ที่ผ่านมา นายมามีพฤติกรรมในลักษณะนี้บ่อย แต่จะโวยวายอยู่ในบ้านไม่เคยข้ามถนนมา แต่ครั้งนี้รุนแรงถือมีดข้ามถนนมาพร้อมข่มขู่คนในร้าน ถึงเวลานี้ยอมรับว่าอยู่ยาก ไม่รู้ว่านายมาจะมาก่อเหตุอีกตอนไหน และจะรุนแรงแค่ไหน

ส่วนตัวก็อยากจะให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาคนคลุ้มคลั่ง ที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยในระยะหลังๆ การที่จะส่งผู้ป่วยโรคจิตหรือคลั่งยาบ้า ไปที่โรงพยาบาลจะไม่ได้ผล เพราะโรงพยาบาลคนป่วยล้น เจ้าหน้าที่รับมือไม่ไหว เขาบำบัดได้เพียง 2-3 วันก็ปล่อยออกมาแล้วมีพฤติกรรมเหมือนเดิม
นายจิรานุวัฒน์กล่าวอีกว่า กลุ่มคนพวกนี้ต้องส่งไปที่ค่ายทหาร เพราะมีเจ้าหน้าที่ครบ และค่ายทหารเคยเป็นสถานที่บำบัดยาเสพติดมาแล้ว ครั้งนี้ถือว่าภรรยาโชคดีที่ไม่ถูกนายมาทำร้ายแต่ครั้งหน้าไม่แน่เพราะอาการของคนกลุ่มนี้มักจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

นายพีรวัฒน์ นาคินชาติ อายุ 20 ปี นักศึกษาที่มาทำงานพาร์ตไทม์อยู่ในร้านนี้ เล่าว่า ตอนนี้รู้สึกกังวลมาก เพราะนายมา ประกาศว่าพวกผู้ชายให้ระวังให้ดี ไม่รู้ว่าเขาจะบุกเข้ามาตอนไหน โดยสรุปจะขอลาออกจากงานเพื่อป้องกันความปลอดภัยของตัวเอง
ด้าน น.ส.ปารวตี วรเชษฐ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมเห็ด เขต 2 กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบ นายมาเป็นผู้ป่วย เจ้าหน้าไม่สามารถทำอะไรที่รุนแรงได้ ตอนนี้ได้เพียงเฝ้าระวังกันเอง ทำงานไปด้วย ระวังตัวไปด้วยถ้าถามว่าชาวบ้านมีความสุขหรือไม่ ต้องตอบว่า “ไม่มีความสุข”
แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือได้อย่างไรเพราะผู้ป่วยไม่มีญาติ เพราะการให้ยาจะต้องมีญาติมาคอยดูแล ปกตินายมาจะหลอนอยู่ในบ้าน แต่ครั้งนี้ออกมาด้านนอก จึงทำได้แค่แจ้งเตือนชาวบ้านให้ระวัง เพราะนายมามักจะนอนเวลากลางวัน มักจะหลอนตอนกลางคืน หรือถือมีดซุ่มอยู่ตามพุ่มไม้ ยอมรับแก้ไขยาก


