พิจิตร- ระทึก! มีเสียงคล้ายระเบิดดังสนั่นเกิดไฟลุกท่วมรถยนต์กระบะแคป ขณะที่สองผัวเมียขับออกมาจากอู่ซ่อมระบบไฟเพียง 2 กิโลเมตรรอดหวุดหวิด เจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนขาออกเมืองพิจิตร ระดมรถดับเพลิงฉีดน้ำดับเพลิง
เมื่อเวลา 15.46 นาที วันที่ 30 มีนาคม ที่จังหวัดพิจิตร เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้รถยนต์กระบะ บนทางหลวงหมายเลข 115 พิจิตร-กำแพงเพชร ขาออกนอกเมืองพิจิตร บริเวณใกล้สี่แยกคลองคะเชนทร์ ตำบลคลองคะเชนทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร
จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิจิตร รถดับเพลิงเทศบาลเมืองพิจิตร และหน่วยกู้ภัยสรรเพชญ์พิจิตร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าวถึงที่เกิดเหตุพบว่า เพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์กระบะบริเวณที่เกิดเหตุอย่างรุนแรง มีเปลวควันดำพวงพุ่งฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยสรรเพชญ์ต้องทำการปิดถนนขาออกตัวเมืองพิจิตรทั้ง 2 ช่องการจราจรชั่วคราว เพื่อป้องกันอันตรายรวมทั้งกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่างจากจุดเกิดเหตุ
เนื่องจากมีเสียงคล้ายระเบิดดังและไฟโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง และทำการช่วยเหลือผู้อยู่ในรถคันเกิดเหตุออกมาได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นรถรถดับเพลิงเทศบาลเมืองพิจิตร จำนวน 3 คันเดินทางมาถึง ได้เร่งทำการฉีดพ่นน้ำทำการดับเพลิงโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงควบคลุมเพลิงไว้ได้
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ารถยนต์คันเกิดเหตุยี่ห้องอีซูซุ รุ่นดีแม็ก สีเทา หมายเลขทะเบียนพิจิตร มี นายสง่า อายุ 64 ปี ชาวอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เป็นคนขับมาพร้อมกับภรรยาโดยสารมาด้วย
จากการสอบสวน นายสง่า คนขับ เล่าให้ฟังขณะยังตกใจและมีอาการสั่นทั้งตัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเล่าให้ฟังว่าตนเองกับภรรยา เป็นชาวตำบลสามง่าม อำเภอสามง่าม ได้นำรถยนต์คันเกิดเหตุมาซ่อมแซมระบบไฟฟ้าในร้านซ่อมแห่งหนึ่งในตัวเมืองพิจิตร
และเมื่อซ่อมเสร็จได้นำรถออกมาเพื่อกลับบ้านกับภรรยา เมื่อขับออกจากร้อนซ่อมได้ราว 2 กิโลเมตร เริ่มมีควันพวงพุงออกมาจากคอลโซนรถด้านหน้ามีเสียงดังและเกิดไฟลุกท่วมดังกล่าว และขณะเกิดเหตุจึงรีบจอดรถและรีบออกมาจากรถเพื่อเอาตัวรอดให้ปลอดภัย
ขณะที่ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่าตนเองอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด จากนั้นเริ่มมีกลุ่มควันพวงพุงจากด้านหน้ารถและเกิดไฟลุกท่วมดังกล่าวจึงรบแจ้ง 191 ทันที
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิจิตรได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุสันนิฐานว่าการเกิดเหตุดังกล่าวนั้นน่าจะเกิดจากระบบไฟฟ้ารถยนต์ลัดวงจรเกิดประกายไฟจนทำให้เกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว




