ระทึก! สาวโพสต์เศษปูนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยาย ตกใส่รถหรูทั้งคัน ทะลุกระจก โดนลูกสาววัยประมาณ 3 ขวบหัวโน
จากกรณีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการดำเนินงาน โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย ช่วงสถานีศรีรัช-สถานีเมืองทองธานี ระบุว่า ได้รับรายงานจากผู้รับสัมปทานคือบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ว่า เมื่อวันที่ 30 มีนาคม เวลาประมาณ 20.00 น. เกิดอุบัติเหตุระหว่างมีงานเทคอนกรีตพื้นสถานีชั้น Concourse ของสถานีอิมแพคเมืองทองธานี (MT01)
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะเทคอนกรีต แบบด้านข้างได้เคลื่อนตัว ทำให้เศษคอนกรีตเหลวร่วงหล่นตกใส่รถยนต์บุคคลที่ 3 จำนวน 1 คัน ได้รับความเสียหาย บริเวณกระจกรถยนต์ด้านหลังแตก เป็นเหตุให้มีผู้โดยสารที่นั่งบริเวณเบาะหลังได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย จากนั้นอาสากู้ภัยได้นำส่งผู้บาดเจ็บไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเวิลด์ เมดิคอล และได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว

ขณะที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และ รฟม.สั่งการ ให้หยุดงานในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลา 7 วัน และให้บริษัทที่ปรึกษาโครงการตรวจสอบขั้นตอนการทำงาน และผู้รับผิดชอบในพื้นที่ รวมทั้งแนวทางการป้องกันการเกิดเหตุ การแก้ไข และรายงาน รฟม.โดยด่วน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 31 มีนาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณวงเวียนเมืองทอง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นจุดก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยายเข้าสถานีเมืองทอง พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นบริเวณในวงเวียน ซึ่งรถขับออกมาจากด้านในเมืองทอง มุ่งหน้าไปทางวัดผาสุกมณีจักร
เมื่อวนรถมาจอดติดอยู่ใต้ทางด่วน พบว่าด้านบนยังมีคราบน้ำปูนและเศษก้อนซีเมนต์ตกค้างอยู่ เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างต้องปีนขึ้นไปด้านบนเพื่อเก็บเศษก้อนปูนออก ส่วนด้านล่างบริเวณแบริเออร์สีส้มมีร่องรอยคราบน้ำปูนกระจายติดอยู่ สำหรับพื้นผิวจราจรมีการทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว

จากการสอบถาม นายชนินทร์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ถึงที่เกิดเหตุคนแรก กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 มีนาคมได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกู้ชีพพระนั่งเกล้า เวลาประมาณ 18.00 น. มีผู้ได้รับบาดเจ็บตรงวงเวียนอิมแพคเมืองทองธานี ผมอยู่ใกล้เลยวิ่งเข้ามาดู เมื่อมาถึงตอนแรกคิดว่าเป็นอุบัติเหตุรถชนกันแต่ไม่ใช่ สภาพรถคือกระจกด้านหลังแตกทะลุ มีเศษปูนซีเมนต์ที่ยังไม่แห้งเต็มหลังคารถ ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าจนถึงท้ายรถ กระจกด้านหลังแตก มองเข้าไปในรถเจอเด็กหญิงอายุประมาณ 2-3 ขวบ สภาพหัวโน จึงรู้ว่าเป็นปูนจากด้านบนตกลงมาใส่รถเก๋ง
นายชนินทร์กล่าวว่า ตอนมาถึงรถจอดอยู่บริเวณใต้ทางด่วน ตำรวจจราจรเปิดพื้นที่ให้รถเก๋งคันเกิดเหตุเข้าไปจอดหลบอยู่ด้านใน ตอนนั้นยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของรถไฟฟ้าสายสีชมพูมาที่เกิดเหตุ มีแต่คนงานก่อสร้างเข้ามากำจัดเก็บกวาดเก็บคราบปูนที่พื้นถนน จนแทบจะไม่เห็นร่องรอยที่พื้นถนนแล้ว แต่ที่รถของผู้ประสบเหตุตนสังเกตได้ว่าเป็นปูนที่ตกลงมาจากด้านบน

นายชนินทร์กล่าวต่อว่า อาการที่พบเด็กครั้งแรกเขาตกใจ ร้องไห้ เขาคงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บนศีรษะเด็กมีเศษกระจกเล็กๆ ที่แตกหล่นใส่อยู่ ซึ่งเด็กนั่งอยู่ในคาร์ซีทตรงเบาะหลัง มีอาสาสมัครอีก 1 คันเป็นคนนำส่งโรงพยาบาล ตอนแรกผู้ปกครองเด็กก็ตกใจ บอกว่าวิ่งมาเฉยๆ แล้วก็มีของหล่นโครมลงมาที่รถเลยทีเดียว เขาเลยหยุดรถรีบลงไปดูลูกที่ร้องอยู่หลังรถ พอมองไปเห็นกระจกด้านหลังรถแตก ตอนแรกเขาก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อลงมาจากรถจึงทราบว่าเป็นปูนจากการก่อสร้างของรถไฟฟ้าสายสีชมพู
เบื้องต้นพบว่าผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ส่วนความเสียหายของรถยนต์และเด็กที่บาดเจ็บ บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างยินดีรับผิดชอบทั้งหมด

อย่างไรก็ดี เมื่อตรวจสอบไปที่เฟซบุ๊กผู้เสียหายได้ระบุว่า บริษัทรับเหมา เจ้าของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าติดต่อมาแล้ว พร้อมนำกระเช้ามาเยี่ยมลูก (ผู้บาดเจ็บ) ที่บ้าน โดยรับผิดชอบค่าซ่อมรถ ซึ่งศูนย์จะประเมินค่าเสียหายวันพรุ่งนี้ พร้อมจัดหารถให้ผู้เสียหายใช้ชั่วคราว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คิวสายสีชมพู! ‘สุริยะ’ สั่งสอบเหตุเศษคอนกรีตเหลวตกใส่รถยนต์จนกระจกแตก สั่งหยุดงาน 7 วัน ผู้รับสัมปทานถูกตัดแต้ม
- สั่งหยุดก่อสร้าง สายสีชมพู ส่วนต่อขยาย 7 วัน หลังเศษคอนกรีตร่วง แต่ 30 สถานีบริการปกติ

