หน้าแรก ภูมิภาค ตะลึง! ตร.ค้น...

ตะลึง! ตร.ค้นกุฏิพระชัยชนะพบแบลงก์กัน 4 กระบอก กระสุนยาบ้าเพียบ แจ้งข้อหา-คัดค้านประกันตัว

1.04.24 | 13:09 น.

อดีตพระชัยชนะภาคเสธ ข่มขู่ถ่ายคลิปหญิงประจาน พูดสั้นๆ ‘มันเป็นกรรม’ ตะลึง! ตร.ค้นกุฏิพบแบลงก์กัน 4 กระบอก กระสุนยาบ้าเพียบ แจ้งข้อหา-คัดค้านประกันตัว

ความคืบหน้า กรณี กัน จอมพลัง หรือนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ลงพื้นที่ สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ประสานงานกับ พล.ต.ต.ตรีวิทย์ ศรีประภา ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.เมธาพงษ์ บุญศรี ผกก.สภ.กุฉินารายณ์ นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งมอบหมายให้ นายประสงค์ จันทร์กระจ่าง ป้องกัน จ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอกุฉินารายณ์ เข้าติดตามความคืบหน้าและช่วยเหลือคดีพระสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน อ.กุฉินารายณ์ แอบมีสัมพันธ์กับหญิงสาววัย 48 ปี แล้วถ่ายคลิปแบล๊กเมล์ ส่งภาพโป๊เปลือยตอนมีสัมพันธ์กับหญิงให้คนในครอบครัวและส่งไปหยามใจสามี นอกจากนี้พระยังมีอาวุธปืน โดยจะใช้ปืนประกอบพิธีลองของ โดยจะยิงใส่หลังคนมาร่วมพิธี พระเคยใช้อาวุธปืนตบเข้าที่บริเวณใบหน้าของหญิงและยิงถากไปที่แขน และบังคับให้หญิงบอกเลิกกับสามี ถ้าไม่เลิกไม่ยอมมาอยู่ด้วยก็ขู่จะฆ่า และจะยิงหัวสามี และยังมีพฤติกรรมเสพยา กระทั่งหญิงแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.กุฉินารายณ์ และลูกสาวส่งเรื่องมาขอความช่วยเหลือกับกัน จอมพลัง

จากนั้นชุดสืบสวนภาค 4 ชุดสืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ และชุดสืบสวน สภ.กุฉินารายณ์ ได้จับกุมตัวพระชัยชนะ ธนชัยภิวัฒนกุล อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ จ 179/2567 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2567 ข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายเสรีภาพชื่อเสียงของผู้ถูกข่มขืนใจหรือของผู้อื่นจนผู้ถูกข่มขืนใจยินยอมโดยมีอาวุธ พร้อมของกลางอาวุธปืนและยาบ้า จำนวน 51 เม็ด ได้ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ก่อนคุมตัวไปลาสิกขาบทและนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.กุฉินารายณ์ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

ล่าสุดวันที่ 1 เมษายน พล.ต.ต.ตรีวิทย์ ศรีประภา ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของคดี โดย พ.ต.อ.เมธาพงษ์ บุญศรี ผกก.สภ.กุฉินารายณ์ พ.ต.ท.ฐิติพันธ์ นิติธรรมสาร รอง ผกก.สอบสวน สภ.กุฉินารายณ์ รายงานความคืบหน้าของคดี พร้อมทั้งคุมตัวอดีตพระชัยชนะ ธนชัยภิวัฒนกุล ไปค้นกุฏิที่พัก และบริเวณภายในสำนักสงฆ์พระธาตุภูหินกอง ต.เหล่าใหญ่ อ.กุฉินารายณ์ โดยมีชาวบ้านมามุงดูเหตการณ์จำนวนมาก โดยจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ในกุฏิเบื้องต้นพบอาวุธปืนแบลงก์กัน 4 กระบอก ยาบ้า 14 เม็ด และลูกกระสุนปืนอีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมคุมตัวอดีตพระชัยชนะไปสอบปากคำที่โรงพัก

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามอดีตพระชัยชนะถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งอดีตพระชัยชนะไม่ให้สัมภาษณ์ แต่บอกเพียงสั้นๆ ว่า “มันเป็นกรรม” จะให้การในชั้นศาล และรอให้ทนายเป็นคนให้ข้อมูล ซึ่งขณะนี้กำลังให้พี่ชายหาทนายมาต่อสู้คดีอยู่

ด้าน พ.ต.อ.เมธาพงษ์ บุญศรี ผกก.สภ.กุฉินารายณ์ ระบุว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ จะขอให้การในชั้นศาล ขณะนี้อยู่ระหว่างให้พี่ชายแต่งตั้งทนายมาสู้คดี ซึ่งเบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะได้แจ้งข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายเสรีภาพชื่อเสียงของผู้ถูกข่มขืนใจหรือของผู้อื่นจนผู้ถูกข่มขืนใจยินยอมโดยมีอาวุธ ซึ่งเป็นข้อหาตามหมายจับไปก่อน ส่วนข้อหาอื่นๆ ทั้งยาเสพติดและอาวุธปืนจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อหาเพิ่มต่อไป ทั้งนี้ หลังจากสอบปากคำจะส่งไปฝากขัง และพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีพฤติกรรมข่มขู่ผู้เสียหายและหลบหนี

ขณะที่ นายบัวลา จิตจักร อายุ 60 ปี ชาวบ้านเหล่าใหญ่ หมู่ 1 กล่าวว่า ปกติตนก็เคยมาทำบุญถวายอาหารที่วัดแห่งนี้เกือบทุกวัน แต่ก็ไม่ได้สนิทกับพระดังกล่าว จึงไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากทราบข่าวก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นที่บ้านตนเอง ซึ่งตนก็ยังศรัทธาวัดเหมือนเดิม แต่ในตัวนั้นคงหมดศรัทธาแล้ว และก็ต้องปล่อยเป็นหน้าที่ของกฎหมายต่อไป