หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มก่อสร้าง...

หนุ่มก่อสร้างชะตาขาด ไปดูหมอลำถูกหนุ่มเจ้าถิ่นแทงดับสลดคาจยย.

1.04.24 | 15:32 น.

หนุ่มก่อสร้างชะตาขาด ไปดูหมอลำถูกหนุ่มเจ้าถิ่นแทงดับสลดคาจยย.

เมื่อเวลา 02.45 น. วันที่ 1 เมษายน พ.ต.ท.ไพรงาม ยศปัญญา สว.(สอบสวน) สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ถนนหน้าวัดสะด้วง จ.อุดรธานี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จักรภพ ศรีจันทะ ผกก.สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี พ.ต.ท.ไพฑูรย์ โสนะโชติ รอง ผกก.ป.สภ.เพ็ญ พ.ต.ท.ศุภภาษ จิตตรัตน์ รองผกก.(สอบสวน) สภ.เพ็ญ นำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นงานบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติ มีหมอลำซิ่งมาแสดง บริเวณถนนหลังวัด พบนายรัฐพร (สงวนนามสกุล) หรือ โจ้ อายุ 33 ปี จ.บึงกาฬ นั่งฟุบอยู่บนรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ สีขาวแดง ทะเบียน ขธย 270 สกลนคร พบถูกแทงด้วยอาวุธมีด บริเวณชายโครงขวา 1 แผล ใต้ราวนมซ้าย 1 แผล ชายโครงซ้าย 1 แผล แก้มขวา 1 แผล เลือดไหลนองพื้น เจ้าหน้าที่รีบนำส่งโรงพยาบาลเพ็ญ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนมือมีดคือนายอดิศักดิ์ (สงวนนามสกุล) หรือ อาร์ท อายุ 30 ปี จ.อุดรธานี หลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนี ก่อนวิ่งกลับมาที่เกิดเหตุ พร้อมมีดพับปลายแหลมยาว 21 ซม. มีคราบเลือดติด แต่ให้การไม่รู้เรื่อง ตำรวจจึงควบคุมตัวไปโรงพัก

จากการสอบสวนนายอดิศักดิ์ ผู้ต้องหา ให้การว่า ตนมีอาชีพทำนาและรับจ้าง และชอบเสพยาบ้า โดยจะเสพวันละ 2 เม็ด เมื่อคืนได้ไปดูหมอลำซิ่งในหมู่บ้าน ตนไม่ได้ก่อเหตุแทงใคร เพราะไม่เคยรู้จักผู้ตาย ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกัน ตอนดูหมอลำซิ่ง ตนเต้นอยู่ข้างร้านขายส้มตำติดถนน หลังหมอลำเลิก ตนได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคู่อริชื่อปิก้า ชาวบ้านยางซอง บริเวณหน้าวัด คู่อริมีมีด ส่วนตนมีท่อนไม้ ตนใช้ไม้ฟาดอริจนมีดหล่นออกจากมือ ตนหยิบมีดวิ่งหลบหนีมาทางหลังวัด ก่อนจะมาโดนชาวบ้านจับกุมส่งตำรวจ

นายเปา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี พยานผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนไม่รู้จักทั้งผู้ตายและผู้ก่อเหตุ เพราะตนมากับวงหมอลำซิ่ง เมื่อหมอลำเลิกแสดง เจ้าภาพมาจ่ายเงินให้หมอลำ ตนเก็บของขึ้นรถเสร็จแล้วก็นั่งอยู่หลังรถปิกอัพรอแฟน ตนไม่ได้ดื่มเหล้า และเห็นผู้ชายใส่เสื้อสีม่วงล็อกคอและแทงผู้ตาย ซึ่งนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ ซึ่งกำลังร้องโอดครวญ คนร้ายแทงเสร็จก็วิ่งหลบหนีไปทางวัดกับเพื่อน ผู้ตายพยายามจะขี่รถออกไป แต่ฟุบอยู่บนรถจักรยานยนต์ก่อน ตนจึงเดินไปดู เห็นเลือดไหลเต็มพื้น จึงแจ้งเจ้าภาพว่ามีคนถูกแทง ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังช่วยผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล คนแทงถือมีดวิ่งกลับมาที่เกิดเหตุ พอตนเห็น ก็จำได้ทันทีว่าเป็นผู้ก่อเหตุ จึงได้ชี้ให้เจ้าหน้าที่จับกุม ซึ่งเจ้าภาพก็บอกว่าคนใส่เสื้อสีม่วงในงานมีคนเดียว

Advertisement

ส่วนนายศุภชัย ประทายบุตร อายุ 50 ปี เพื่อนรุ่นพี่ผู้ตาย ให้การว่าผู้ตายมาทำงานก่อสร้างที่หมู่บ้านนี้มากว่า 1 ปีแล้ว ตนรู้จักกับผู้ตายมา เพราะทำงานสายเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมาขอให้ตนพาไปดูหมอลำซิ่งเป็นเพื่อน เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย ตนจึงพาไปดูหมอลำ โดยตนนั่งดื่มเหล้ากับผู้ตายหมดไป 1 แบน และผู้ตายบอกให้ตนพาไปเต้นหน้าเวที ตนจึงพาไปเต้น 2 เพลง และไม่มีเหตุกระทบกระทั่งกับใคร แล้วกลับมานั่งดื่มต่อ ตนเมาจึงขอตัวกลับบ้าน และบอกกับผู้ตายว่าให้ระวังตัว เพราะเป็นคนต่างถิ่น ซึ่งผู้ตายก็ไปนั่งดื่มเหล้าต่อใกล้ๆ กับร้านขายส้มตำ

“ขณะนอนหลับ มีชาวบ้านโทรมาบอกว่าผู้ตายโดนแทง ผมจึงรีบออกมาดู พบแต่กองเลือด เจ้าหน้าที่ส่งโรงพยาบาลแล้ว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ผมรู้สึกเสียใจมากที่เกิดเหตุแบบนี้ เพราะบรรยากาศงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุเหตุทะเลาะวิวาท แต่ไม่รู้ว่ามือมีดกับผู้ตายมีเรื่องบาดหมางอะไรกัน ไม่รู้มีเหตุจูงใจอะไรที่ลงมือก่อเหตุ ส่วนผู้ตายเป็นคนนิสัยดี อัธยาศัยดี นอบน้อม ยกมือไหว้ผู้อื่นตลอด” นายศุภชัย กล่าว

นายพงษ์มนาถ จันทร์ดี อายุ 42 ปี เจ้าของร้านขายของชำใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า ผู้ตายเป็นลูกค้าประจำที่ร้าน มารับงานสร้างบ้านที่นี่เกือบ 2 ปีแล้ว มาก่อสร้างบ้าน 2 หลัง ปกติแล้วผู้ตายนิสัยดี พูดจาดี จึงสนิทสนมกับตน เมื่อคืนนี้มีงานบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติ มีหมอลำซิ่งมาแสดง เวลาประมาณ 00.30 น.ผู้ตายเดินมาซื้อเหล้า 1 กลม โซดา 3 ขวด ไปกินที่เวทีหมอลำ ซึ่งไม่รู้ว่าไปนั่งกินกับใคร ตนปิดร้านเกือบตี 1 จึงไม่รู้ว่าผู้ตายโดนแทง กระทั่งตื่นเช้าจึงทราบเรื่อง และญาติได้มารับศพและมาเชิญวิญญาณที่เกิดเหตุ กลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด อ.เซกา จ.บึงกาฬ แต่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายยังอยู่ที่เกิดเหตุ

พ.ต.ท.ศุภภาษ จิตตรัตน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เพ็ญ เปิดเผยว่า ตำรวจได้นำนายอดิศักดิ์ ผู้ก่อเหตุ มาตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พบปัสสาวะเป็นสีม่วง แม้นายอดิศักดิ์จะให้การปฏิเสธ แต่มีประจักษ์พยาน เห็นเหตุการณ์ จึงได้แจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป