พิจิตร ปฏิบัติการปราบมือเผา ได้ผู้ต้องหาหลายราย เมินประกาศจังหวัด
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 5 เมษายน โดยภาพที่เห็นอยู่คือการเผาในหลายจุด ในพื้นที่ประกาศห้ามเผาทุกกรณี เปลวไฟได้ลุกลามเป็นบริเวณกว้าง และควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณหลายคารางกิโลเมตร จะเห็นกันชินตากันมากทุกๆ วันของชาวพิจิตร หลายหน่วยงานในพื้นที่ไม่ได้ให้ความสนใจหรือตระหนักผลกระทบ ซึ่งจากการเผาดังกล่าววันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส. กก.4 บก.ปทส.) จึงได้เอาจริงลงพื้นที่ปฏิบัติการปราบปรามผู้ที่ลักลอบเผาในที่โล่งอย่างเด็ดขาด เพื่อจัดการตามมาตรการลดฝุ่น PM2.5 และจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

อีกทั้งด้วยจังหวัดพิจิตรได้มีประกาศงดเว้นการเผาเด็ดขาดในที่โล่ง พื้นที่ทางการเกษตร และเขตพื้นที่ป่าไม้จังหวัดพิจิตร ปี พ.ศ.2567 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 โดยกำหนดงดเว้นการเผาระยะเวลา 76 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์-30 เมษายน 2567 สำหรับที่ผ่านมาพื้นที่จังหวัดพิจิตร ได้รับการร้องเรียนมาว่ามีการลักลอบจุดไฟเผาซากพืชผลการเกษตร เผาวัชพืช เผาป่า อย่างโจ๋งครึ่มอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และไม่หวั่นประกาศของจังหวัดพิจิตร ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมลักลอบเผาจะเผาช่วงบ่าย ถึงค่ำ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. (บก.ปทส. กก.4 บก.ปทส.)
จึงได้ระดมกำลังลงพื้นที่ลุยปฏิบัติการเอาจริงหลายจุดที่พบว่ามี ควันไฟพวยพุ่งออกมา ฟุ้งกระจายกระทบพื้นที่เป็นบริเวณกว้างนับเป็นหลายๆ ตารางกิโลเมตร สามารถจับกุมตัวมือเผา ที่กำลังจุดไฟเผาคาหนังคาเขาได้ จำนวน 3 ราย ก่อเหตุเผาในพื้นที่ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จำนวน 2 ราย คือนายพาน อายุ 55 ปี นายแหวน อายุ 72 ปี และในพื้นที่ตำบลดงเสือเหลือง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อีก 1 รายคือ นายพงศ์สกร อายุ 40 ปี ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นการเผาตอซังข้าวนาปรัง ที่เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จเป็นบริเวณกว้างเพื่อเตรียมไถหว่านรอบใหม่ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดังกล่าวจึงได้นำตัวมือเผาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองโสน และ สภ.โพธิ์ประทับช้าง ดำเนนคดี ตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 130 ในข้อหา “เผา หรือกระทำด้วยประการใดๆ ภายในระยะ 500 เมตรจากทางเดินรถ เป็นเหตุให้เกิดควันหรือสิ่งอื่นใดในลักษณะที่อาจทำให้ไม่ปลอดภัยแก่การจราจรในทางเดินรถนั้น ต้องระวางโทษตามมาตรา 152 ต้องระวังโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท”

นอกจากนี้ การฝ่าฝืนประกาศห้ามเผาดังกล่าว มีความผิดตามข้อกฎหมายอื่นๆ ตามแต่กรณี เช่น พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 โดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507, พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504, ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 รวมไปถึงข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือเทศบัญญัติที่นั้นๆ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จึงขอฝากประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนทั่วไป หากพบเห็นการกระทำความผิดด้านสิ่งแวดล้อม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1136 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบร่องรอยการเผาซากวัชพืชอีกหลายสิบจุดแต่มือเผาอาศัยชำนาญพื้นที่หลบหนีการจับกุมไปได้

