ตรวจคุณภาพน้ำโขง หนองคาย หลังรถบรรทุกสารเคมีคว่ำที่ลาว ไม่พบสารตกค้างส่งผลกระทบสิ่งมีชีวิต
ประมงจังหวัดหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดหนองคาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจคุณภาพน้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย ในเขตตำบลเมืองหมี อ.เมืองหนองคาย
พบคุณภาพน้ำยังปกติ ไม่พบสารซัลฟิวริกที่มาจากรถบรรทุกสารเคมีพลิกคว่ำ ในแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว คาดมีระยะทางไกลและมีเขื่อนกั้นกว่าจะมาถึงจังหวัดหนองคาย ประกอบกับเป็นช่วงฤดูแล้งที่น้ำโขงมีระดับต่ำทำให้น้ำโขงนิ่งและไหลช้า แต่จะยังเฝ้าติดตามสถานการณ์อีกสักระยะ เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจ เพื่อลดการหวาดวิตกจนเกินไป
จากเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุของรถบรรทุกสารเคมีพลิกคว่ำ ทำให้กรดซัลฟิวริกที่บรรทุกมาไหลลงสู่แม่น้ำคาน บริเวณแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 ซึ่งระยะทางจุดเกิดเหตุห่างจาก อ.เชียงคาน จ.เลย ประมาณ 293 กม. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขง พบว่าสารเคมีจะเคลื่อนตัวผ่านเขื่อนไชยะบุรี วันที่ 5 เมษายน 2567 ซึ่งจะทำให้สารเคมีเจือจางลง จากนั้นจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย (จังหวัดเลย) ในช่วงวันที่ 8 – 10 เมษายน 2567 และจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในแม่น้ำโขงในประเทศไทย

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ติดตามสถานการณ์และประสานงานสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ให้พิจารณาประสานงาน สปป.ลาว ในการบริหารจัดการน้ำเขื่อนไชยะบุรี เพื่อเจือจางสารเคมี พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยดำเนินการตรวจวัดคุณภาพน้ำพร้อมรายงานสถานการณ์ให้จังหวัดทราบอย่างต่อเนื่อง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว และขอให้จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง และแจ้งเตือนประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง การประมงสัตว์น้ำ รวมทั้งผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบจากคุณภาพน้ำในแม่น้ำโขง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ในส่วนของจังหวัดหนองคาย ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.วันที่ 5 เมษายน 2567 นายสุทัศน์ เผือกจีน ประมงจังหวัดหนองคาย , นางสาวอรพิน หาญธรรม ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองคาย , ร.ท.พรชัย เหลืองอร่าม หัวหน้าชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ที่ 205 พร้อมเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดหนองคาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจคุณภาพน้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย ในเขตตำบลเมืองหมี อ.เมืองหนองคาย ซึ่งเป็นจุดที่มีการเลี้ยงปลานิลกระชังแม่น้ำโขง มีนายพยัคฆ์ พงศ์ธนกาญจน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านเมืองหมีใหญ่ พร้อมชาวบ้านมาร่วมในการตรวจคุณภาพน้ำด้วย

โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงไปเก็บตัวอย่างน้ำโขง ความลึก 50 – 100 ซม. มาทำการทดสอบความเป็นกรดเป็นด่าง ทดสอบหาสารที่เจือปนอยู่ในน้ำ ซึ่งผลการทดสอบพบว่าคุณภาพของน้ำโขงยังปกติ ไม่มีผลกระทบกับการเลี้ยงสัตว์น้ำ จึงได้ฝากให้ผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านที่มาร่วมตรวจคุณภาพน้ำช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ลูกบ้าน และชาวบ้านในหมู่บ้านได้รับทราบผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำในครั้งนี้ด้วย
นายสุทัศน์ กล่าวภายหลังการตรวจสอบคุณภาพน้ำโขง ว่า จากการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำโขง เป็นการตรวจวิเคราะห์ทั่ว ๆ ไปของการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ผลการตรวจที่สำคัญที่จะวิเคราะห์ได้ว่ากรดซัลฟิวริกที่ไหลมาจากตอนบนของแม่น้ำโขง ซึ่งกรดซัลฟิวริกจะมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างสูง คือค่าความเป็นกรดอยู่ที่ระดับ 3 – 4 แต่ค่าความเป็นกรดเป็นด่างในน้ำทั่วไปและในแม่น้ำโขงปกติจะอยู่ที่ 7 – 9 เป็นค่าความเป็นกรด ซึ่งผลจากการวิเคราะห์ตรวจสอบคุณภาพน้ำในวันนี้อยู่ที่ 7 – 8 ถือเป็นค่ากลาง ๆ เป็นค่าปกติ จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ทราบ
ส่วนค่าอื่น ๆ ไม่ว่าจะค่าออกซิเจน ค่าแอมโมเนีย ค่าไนเตรท ก็พบว่ามีค่าเป็น 0 ถือว่าเป็นค่าปกติและเป็นค่าที่มีความเหมาะสม ประมงจังหวัดหนองคาย กล่าวต่อไปอีกว่า จุดที่เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกสารเคมีพลิกคว่ำ จนมีสารเคมีไหลลงสู่แม่น้ำนั้นกว่าจะไหลมาถึงจังหวัดหนองคาย มีระยะทางไกลกว่า 400 กม. อีกทั้งยังมีเขื่อนกั้นไว้ จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสบายใจ ประการแรกคือระยะทางห่างไกลกันมาก สารเคมีจะมีการตกตะกอนในช่วงบนหมดแล้ว แทบจะไม่มีมาถึงจังหวัดหนองคาย
ถึงแม้จะมีมาถึงก็จะมีปริมาณเล็กน้อยมากที่จะไม่มีผลกระทบต่อสัตว์น้ำ ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต อีกประการหนึ่งคือช่วงนี้เป็นฤดูแล้ง น้ำโขงมีระดับต่ำมาก การไหลของน้ำก็ช้า ฉะนั้นสารเคมีก็จะตกตะกอนที่ตอนบนแล้ว โอกาสที่จะไหลช้า ๆ มาถึงจังหวัดหนองคาย แทบจะไม่มีเลย จึงอยากจะฝากประชาสัมพันธ์อีกครั้งหนึ่งว่าไม่น่าเป็นห่วง แต่อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดหนองคายก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะได้มีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวให้มีความเข้าใจ ไม่หวาดวิตกจนเกินไป และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังจะเฝ้าติดตามสถานการณ์อีกสักระยะประมาณ 1 สัปดาห์ ถ้าสารเคมีจะไหลมาถึงจังหวัดหนองคายจริง ๆ ก็จะใช้เวลาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ จึงขอย้ำว่าตอนนี้น้ำโขงยังมีความปลอดภัย และสารเคมีที่ไหลลงในน้ำโขงก็ไม่น่ามีผลกระทบกับจังหวัดหนองคาย.

