ผู้ว่าโคราชลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งเขื่อนพิมายหลังปริมาณน้ำเหลือเพียง 26% ของความจุวอนชาวนางดทำนาปรัง
เมื่อวันที่ 6 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำภายในโครงการศูนย์ส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ เขื่อนพิมาย ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา หลังพบว่าปริมาณน้ำภายในเขื่อนพิมายเหลือน้อย
นายปิยภัทร สายเมฆ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ เปิดเผยว่า เขื่อนพิมายสามารถเก็บกักน้ำได้ 3 ลบ.ม. แต่ปัจจุบันปริมาณน้ำภายในเขื่อนพิมายมีปริมาณน้ำเหลือเพียง 965,000 ลบ.ม. หรือคิดเป็น 26.81% ของความจุทั้งหมด ซึ่งนับว่าปริมาณน้ำเหลือน้อยมาก แต่ยังคงเพียงพอสำหรับให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้น้ำในการอุปโภค-บริโภค แต่ขอให้เกษตรกรในพื้นที่งดทำนาปรังโดยเด็ดขาด เพราะปริมาณน้ำเหลือน้อยมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 27 แห่งของจังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวมทั้งหมด เพียง 42.07 เปอร์เซ็นต์ของความจุทั้งหมด โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง ประกอบด้วย
- อ่างเก็บน้ำลำตะคอง มีปริมาณน้ำใช้การได้ 101.6 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 34.8 เปอร์เซ็นต์ ของความจุ 314 ล้าน ลบ.ม.
- อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง มีปริมาณน้ำใช้การได้ 90.25 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 58.5 เปอร์เซ็นต์ ของความจุ 101 ล้าน ลบ.ม.
- อ่างเก็บน้ำลำมูลบน มีปริมาณน้ำใช้การได้ 57 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 42.8 เปอร์เซ็นต์ ของความจุ 141 ล้าน ลบ.ม.
- อ่างเก็บน้ำลำแชะ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 107.9 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 40.28 เปอร์เซ็นต์ ของความจุ 275 ล้าน ลบ.ม.


