อธิบดีกรมควบคุมโรค สั่งการหน่วยงานในสังกัด ลงพื้นที่เฝ้าระวังและประเมินสุขภาพประชาชน พร้อมดีเดย์ 9 เม.ย.นี้ ตรวจคนในชุมชน รอบโรงงานกากแคดเมียม
จากกรณีที่พบกากสังกะสีและกากแร่แคดเมียมจำนวนกว่า 2,000 ตัน ถูกนำมาเก็บไว้ที่ บริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 132 หมู่ที่ 2 ซอยกองพนันพล ถนนเอกชัย ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร จากกลายเป็นเรื่องร้อนทั้งในจังหวัดสมุทรสาคร และ จังหวัดต้นทางที่อนุญาตให้นำออกมาอย่างจังหวัดตากนั้น
ล่าสุดทางด้านของหน่วยสาธารณสุข ภายใต้คำสั่งการของนายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้มอบหมายให้นายแพทย์อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค,นพ.วิเชียร ตันสุวรรณนนท์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5ราชบุรี, นายแพทย์พราน ไพรสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5,นายแพทย์สุรวิทย์ ศักดานุภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร, แพทย์หญิงวิทิตา แจ้งเอี่ยม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร,นายแพทย์พิสิษฐ์ เลิศเชาวพัฒน์ นายแพทย์ชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรม โรงพยาบาลสมุทรสาคร,นายมานะ เปาทุยสาธารณสุขอำเภอเมืองสมุทรสาคร,นางณิชกานต์ งามพรนพคุณ ผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านไร่,นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นาย อบจ.สมุทรสาคร ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแล รพ.สต. และ นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ส.ส.เขต 1 สมุทรสาคร ลงพื้นที่ประชุมชี้แจงร่วมกับ ตัวแทนชาวบ้าน ผู้นำชุมชน อสม. เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ที่อยู่โดยรอบบริษัทฯ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบางน้ำจืด อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร

นายแพทย์สุรวิทย์ ศักดานุภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายในการให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของแคดเมียม การเข้าสู่ร่างกาย ลักษณะอาการ และการรักษาหากได้รับพิษ ซึ่งในลักษณะแคดเมียมที่พบในซอยกองพนันพล พบว่า เป็นแคดเมียมที่ถูกทำลายพิษแล้ว แต่เพื่อความมั่นใจของประชาชน ทางหน่วยงานสาธารณสุขจะตรวจสอบอย่างละเอียด
ทั้งด้านการปนเปื้อนในสภาพแวดล้อม และในร่างกายประชาชน และจากที่มีการตรวจสุขภาพพนักงานไปส่วนหนึ่ง ไม่พบแคดเมียมในร่างกาย และพื้นที่ด้านนอกก็ไม่มีแคดเมียม มีเพียงการตกค้างภายในเท่านั้น ส่วนประชาชนทั่วไป ที่อยู่ด้านนอก ยังมีความเสี่ยงต่ำ เพราะคนที่เสี่ยงสูงคือ ผู้ที่สัมผัสโดยตรง นั่นคือ พนักงานด้านใน ซึ่งถ้าพนักงานยังไม่พบสารอันตรายในร่างกาย ประชาชนด้านนอกก็ถือว่ายังอยู่ในระดับความปลอดภัยที่ค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
จึงจะได้จัดให้มีการตรวจสุขภาพของประชาชนในชุมชนพร้อมกับพนักงานด้านในที่เหลือ ในวันที่ 9 เมษายนนี้ เพื่อพิสูจน์ว่าได้รับผลกระทบหรือไม่ รวมทั้งจะมีการเก็บฝุ่นในบ้านเรือนประชาชน เพื่อตรวจสอบว่ามีสารพิษเจือปนในสภาพแวดล้อมหรือไม่
สำหรับกรณีที่หากตรวจพบสารพิษในร่างกาย ก็จะส่งเข้ารักษา โดยสารพิษนั้นหากพบไม่มากสามารถขับออกจากร่างกายได้ทางปัสสาวะ โดยการตรวจจะตรวจ 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน ด้านการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ ขณะนี้โรงพยาบาลสมุทรสาครได้เปิดบริการพิเศษเฉพาะโรคที่เกิดจากแร่แคดเมียมโดยเฉพาะแล้ว ซึ่งได้เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ยา และคณะแพทย์เฉพาะทางไว้ หากประชาชนรายใดที่สงสัยว่าตนเองจะได้รับอันตรายจากแคดเมียม สามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร

ผู้สื่อข่าวรายงาว่า ในส่วนของนายแพทย์อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ก็ได้ให้ความรู้ด้วยว่า สารแคดเมียม มีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการแบบเฉียบพลัน ได้แก่ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ระคายเคืองหลอดลม จมูก และคอ นอกจากนี้ หลังจากการรับสัมผัสเป็นระยะเวลานานจะก่อให้เกิดพังผืดที่ปอด พิษต่อไต โรคกระดูก หรือที่รู้จักกันในโรคอิไต อิไต และก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
ขณะที่เบื้องต้น “กากแคดเมียม” ได้มีการจัดเก็บในสถานที่มิดชิด ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้ตรวจสอบแล้วพบว่า กากแคดเมียมและกากสังกะสี มีการผสมด้วยปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ 30% เพื่อทำลายฤทธิ์และอยู่ในสถานะแข็งตัว หากเก็บไว้ในสถานที่มิดชิดและหากไม่มีการชำระล้างจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ควรปฏิบัติตัวดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงการเข้าไปในเขตพื้นที่โรงงาน 2.หากมีการสูดดมเข้าไป ให้รีบไปอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง อากาศบริสุทธิ์ 3.หากเข้าตา รีบล้างด้วยน้ำสะอาดและพบจักษุแพทย์ 4.หากเผลอกลืนกิน รีบดื่มน้ำตามทันที อย่างน้อย 2 แก้ว และ 5. หากมีอาการผิดปกติ รีบปรึกษาแพทย์ทันที

