ผู้ว่าฯภูเก็ตเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเสีย ขยะ ทั่วเกาะ เปิดภาพคลองบ้านนอกเล ปัจจุบัน ดำสนิท
เมื่อวันที่ 7 เมษายน นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้น จังหวัดภูเก็ตมี การจัดตั้ง คณะทำงาน ประกอบไปด้วยสำนักงานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นักวิชาการด้านสิ่งแวด ล้อม ไปไล่แก้งาน น้ำเสีย พอสมควรแล้ว สำหรับในพื้นที่ตำบลราไวย์ ตำบลกะรนอำเภอเมืองภูเก็ตเรียบร้อยโอเค ส่วนที่มีปัญหาในขณะนี้คือที่ตำบลกมลาอำเภอกะทู้ เนื่องจากมีปัญหาการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลกมลาด้วย เพราะไม่มีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ดังนั้นจึง มอบหมายสั่งการให้คณะทำงานนี้ลงไป

นอกจากนี้คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ก็ลงมาดู สภาพปัญหาในพื้นที่ด้วย จากการตรวจสอบ พบว่าน้ำที่อยู่ในลำคลองบ้านนอกเล มัน เกิดเน่าเสีย และขังอยู่ และไม่ได้ลงทะเล ดังนั้นตนเองได้สอบถามนักวิชาการว่าจะแก้ไขอย่างไร ในระยะสั้น ได้รับคำตอบว่ามี 2 วิธี คือ การสูบน้ำจากลำคลองนี้ นำไปบำบัดในท้องที่เทศบาลตำบลป่าตองหรือ เทศบาลนครภูเก็ตก็ได้ ต้องใช้วิธีการลำเลียงน้ำ 150 กว่าเที่ยว หากใช้วิธีการนี้จะมีปัญหาด้านการจราจร น้ำหก ส่งกลิ่นเหม็น อะไรอีก สำหรับวิธีที่ 2 คือการใช้สารบำบัด ซึ่งเป็นของนักวิชาการ ที่ออกแบบเป็นสารอินทรีย์ เป็นเม็ด ให้คำนวณเรียบร้อยแล้วว่าจำเป็นที่ต้องใช้ปริมาณมากน้อยเพียงใด และตัดสินใจใช้วิธีการนี้ ที่จะใช้ในการบำบัดน้ำเสียใหม่ ในขณะนี้สั่งมาทั้งหมด 50 ถุง หรือกระสอบ ในราคา จำเป็นจะต้องใช้เงิน งบประมาณ เพื่อจะซื้อ 100,000 บาท ในขณะนี้ยังไม่มี เงิน ต้องไปหาก่อน จะนำมาบำบัดที่ลำคลอง ตำบลกมลา เพื่อไม่ให้มีกลิ่น มีอะไรทั้งสิ้น

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาระยะยาว ได้มอบหมายให้ นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งรับผิดชอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด 19แห่งเพื่อ พูดคุยกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่า เราอาจจะต้องใช้ระบบบำบัดรวม 2 เทศบาล 2อบต.มีสถานบำบัดรวมกันที่หนึ่ง และอาจจะให้ภาคเอกชน มาทำ ต้องไปพิจารณาดูระเบียบกฎหมาย ให้เรียบร้อยเพราะถ้าให้ราชการทำนั้น ส่วนใหญ่จะไปไม่รอด ตนเองดูหลายที่ที่มีปัญหา คือเราทำเอง จะไปไม่ได้ ทั้งนี้ อยากฝาก ตัวแทนสื่อสารมวลชนจังหวัดภูเก็ตหรือประชาชน ที่พบเห็น ปัญหาน้ำเสียอยู่ในท้องที่ใด ให้แจ้งข้อมูลมาที่จังหวัดได้ จะได้ลงไปแก้ปัญหาได้ทัน เพราะอย่างที่นายเลิศชายหวังตระกูลดี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต บอกว่ารายได้หลัก ทั้งหมดของจังหวัดภูเก็ตคือการท่องเที่ยว ถ้าเราปล่อยน้ำเสีย ไปทำลายหาดทรายเรา นั่นคือการทำลายแหล่งท่องเที่ยวและ แหล่งเศรษฐกิจ สำคัญของภูเก็ต
ทั้งนี้ขอแจ้งไปยังพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการในทุกท้องที่ว่า อย่าได้ปล่อยน้ำเสียลงมาในลำคลอง แต่ให้เข้าสู่ระบบการบำบัด โดยจังหวัดภูเก็ตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รับผิดชอบไปตรวจสอบ เส้นทางการมาของน้ำเสีย จากครัวเรือนหรือสถานประกอบการ โรงแรมทั้งหลาย ว่ามีรวมที่ใด หลุดรอดออกมา จะต้องรีบดำเนินการแก้ไขให้ จังหวัดขอความร่วมมือผู้ประกอบการด้วย และจะเห็นได้ว่า จำนวนห้องพักของโรงแรม เป็นแสนห้อง คือผู้เข้าพักแสนคน จะต้องปล่อยน้ำออกมา จากห้องพัก ถ้าเข้าพักห้องละ 2 คน ต้องเป็น 2 แสนคน เฉพาะโรงแรมอย่างเดียว และยังไม่นับ บ้านเรือนและคอนโด ต่างหาก
ข่าวแจ้งว่าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้นปัญหาน้ำเสียยังปรากฏให้เห็น อย่างต่อเนื่องไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ชายหาดกะรนตำบล อย่างต่อเนื่องไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ชายหาดกะรนตำบลกะรนอำเภอเมืองภูเก็ตและหาดกมลาอำเภอกะทู้เท่านั้น ยังมีปัญหา การลักลอบปล่อยน้ำ การลักลอบปล่อยน้ำเสียในพื้นที่ชายหาดเลพัง-บางเทา นอกจากนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางส่วนยังไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียรวม


โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงบำบัดน้ำเสียในท้องที่ตำบลกมลา อุปกรณ์ในระบบเสียหายมานานแล้วแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่เร่งรัดแก้ไขซ่อมแซมให้ใช้งานได้ตามปกติจึงมีนำอุปกรณ์ในระบบเสียหายมานานแล้วแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่เร่งรัดแก้ไขซ่อมแซมให้ใช้งานได้ตามปกติจึงมีส่วนทำให้น้ำเสียไหลลงคลองในพื้นที่ จนมีตะกอนดำหมักหมมเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวด้วยว่า ปัญหา เรื่องขยะและน้ำเสีย เป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ อยู่ในแผนของจังหวัด ที่จะต้องเดินได้ในระยะยาว โดยเตาเผาแห่งที่ 2 ที่บริเวณคลองเกาะผีกำลังดำเนินการ จะแล้วเสร็จ ภายใน 1 ปี6 เดือน หรือ 18 เดือน และการแก้ไขปัญหาขยะที่ล้นจากเตาและหลุมฝังกลบ ตามหลักสุขาภิบาลหรือSanitary Landfillวันละประมาณ700-900ตัน
ในจำนวนนี้มีประมาณ 200ตัน ต้องนำไปฝังกลบ และจำเป็นจะ ต้องมีการรื้อบ่อขยะ บ่อที่ 4 ที่ฝังมาเป็นเวลานานแล้ว ย่อยสลายไปมากขึ้นมาและ เอาขยะ ที่เหลือไปฝังกลบแทน ได้รับงบประมาณจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่จะตกมาในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ที่ดำเนินการโดยเทศบาลนครภูเก็ต นอกจากนี้ตนเองยังให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ไปหาสถานที่สร้างเตาเผา นอกเมืองอีกแห่งหนึ่ง เพื่อไม่ให้ขยะต้องลำเลียงเข้าตัวเมืองภูเก็ต ดังนั้นจึงจะมีเตาเผาขยะทั้ง 3 แห่ง สามารถรองรับในการกำจัดขยะได้ ที่รับได้วันละ2,100ตัน

