อดีตทหารวัย 62 ปี ขับกระบะไปชนรถเก๋งแล้วเสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วงเสียชีวิตคาที่
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 8 เมษายน ร.ต.ท.ณฐกร ดำรงธนวรรณ สว.(สอบสวน) สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันจำนวนหลายคัน มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต กระบะชนรถยนต์เก๋งบนถนนสายเอเชียขาออก ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 7 ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานแพทย์ รพ.บางปะอิน เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ ไปให้การช่วยเหลือ
เวรโรงพยาบาลบางปะอิน พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา นำอุปกรณ์ตัดถ่างเร่งให้การช่วยเหลือ
ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 73-0378 นครปฐม พ่วงหมายเลขทะเบียน 73-0678 นครปฐม ด้านท้ายพ่วงพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน รฐ 9086 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังเสียหาย ภายในรถพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นชาย อาการสาหัส ติดอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่เร่งใช้เครื่องตัดถ่าง ช่วยเหลือนำคนเจ็บออกจากตัวรถ พร้อมกับเร่งปฐมพยาบาล เสียชีวิตก่อนนำส่งโรงพยาบาล
ข้างตัวพบกระเป๋าสะพายข้าง ตรวจสอบภายในกระเป๋า พบอาวุธปืน ขนาด 9 มม. 1 กระบอก และเอกสารต่างๆ ระบุชื่อ จ.อ.มาโนชย์ ไวยโภคา อายุ 62 ปี เป็นชาว อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
ตรวจสอบก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ขอ 7077 เชียงใหม่ จอดอยู่เลนขวาสุด สภาพรถด้านข้างขวารถ มีร่อยรอยถูกเฉี่ยวชนพังเสียหาย ยางล้อหน้าและล้อหลังข้างขวาแตก ภายในรถพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำส่ง รพ.ราชธานี
สอบถาม นายสุรชัย มูลกุศล อายุ 32 ปี ชาวบางปะอิน ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า กำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปหาเพื่อน เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ เห็นรถยนต์กระบะขับมาด้วยความเร็วเฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋ง แล้วเสียหลักพุ่งชนท้ายรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อที่จอดอยู่ริมถนน ทำให้มีคนเจ็บและเสียชีวิต
ต่อมามีญาติของผู้เสียชีวิตมาดูศพยืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือ จ.อ.มาโนชย์ ไวยโภคา อายุ 62 ปี ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปหาเพื่อนใน จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้านพัก ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบร่องรอยการเฉี่ยวชนที่รถยนต์ทุกคัน และร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุบนถนน บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน เชิญคนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ พยานที่เห็นเหตุการณ์ไปทำการสอบสวน พร้อมทั้งจะต้องสอบสวนคนขับรถยนต์เก๋งที่ได้รับบาดเจ็บอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


