แม่สุดทน ร่ำไห้แจ้งจับ ‘ลูกชายทาสยา’ ไถเงินขู่ฆ่า ยิงปืนใส่บ้านญาติ แถมอาฆาตต้องอยู่อย่างผวา
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 เมษายน ขณะที่ พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ มหาปัญญาวงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) ปฎิบัติหน้าที่ หัวหน้า สภ.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก มี นางพรนิภา อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 267 หมู่ 11 ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี แจ้งว่า มาแจ้งความดำเนินคดีกับนายอังคาร โพธิ์สีดา อายุ 40 ปี ลูกชาย เสพยาบ้าแล้วใช้ปืนแก๊ปยิงข่มขู่ตนและหลานชาย และยิงใส่บ้านญาติได้รับความเสียหาย เหตุเกิดคืนวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา
นางพรนิภา เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนแยกทางกับสามีได้ 39 ปี ตั้งแต่ลูกคนเล็กลืมตาดูโลก ตนทำงานหาเงินเลี้ยงลูกชาย 2 คน ด้วยความยากลำบาก แต่พอโตขึ้นมากลับเป็นคนเกเร โดยเฉพาะนายอังคาร ลูกชายคนโต มีนิสัยชอบดื่มเหล้า เสพกัญชา ยาบ้า ตั้งแต่อายุ 15 ปี ไม่ยอมทำงาน ตนต้องทำงานเลี้ยงลูก
ส่วน ลูกชายคนเล็ก ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด เมื่อ 3 ปีก่อน นายอังคารก่อเหตุทำร้ายร่างกายใช้มีดฟัน ส.อบต.ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตำรวจจับติดคุก 3 ปี พ้นโทษออกมา ระยะแรกไปทำงานรับจ้างก่อสร้าง ลูกหันไปเสพยาบ้าอีก ก็ไม่ยอมไปทำงาน มาข่มขู่ให้ตนทำกับข้าวให้กินทุกวัน และไถเงินแม่ใช้วันละ 40-100 บาท ถ้าไม่ให้ก็จะขู่ทำร้าย ตนกลัวก็ต้องทำให้กิน
นางพรนิภา เล่าต่อว่า เวลาที่ตนกำลังทำกับข้าวให้กิน นายอังคารก็พูดขึ้นมาลอยๆ ว่า “แก่แล้วไม่มีประโยชน์ ฆ่าทิ้งก็ได้” ตนกลัวก็ต้องทำกับข้าวให้ลูกกินทุกวัน เพราะกลัวว่ากำลังนอนหลับ จะโดนลูกชายใช้มีดปาดคอ จนต้องไปอาศัยอยู่กับน้องสาว นายอังคารเคยไปอาละวาดใช้จอบไปฟาดหน้าต่างบ้านป้าพังเสียหาย ตนต้องไปเปลี่ยนหน้าต่างให้ใหม่หมดเงินไปหมื่นกว่าบาท
และก็ชอบนำปืนแก๊ปมายิงเล่นทุกคืน ทำให้ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงหวาดผวา ตนคิดน้อยใจ มีลูกก็พึ่งพาอาศัยไม่ได้ แก่แล้วก็ต้องออกไปทำงานรับจ้างเป็นแม่บ้านบริษัทหาเลี้ยงตัวเอง ส่วนลูกคนเล็กก็ให้ไปออกรถกระบะให้ ระยะแรกก็ผ่อนส่งงวด ระยะหลังก็ไม่ยอมส่ง เพราะรถเป็นชื่อตน จึงต้องส่งงวดรถทำให้เงินไม่มีใช้ ทำให้ตนนอนร้องไห้ทุกคืน
“สิ่งที่ทำให้ตนต้องตัดสินใจมาแจ้งตำรวจจับลูก เพราะอยากให้ญาติพี่น้องอยู่ด้วยความปลอดภัย เนื่องจากคืนวันที่ 8 เมษายน 2567 ขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับพักผ่อน ลูกชายก็ยิงปืนแก๊ปเล่น ญาติได้บอกให้หยุดยิง เพราะทุกคนเหนื่อยจากการทำงาน อยากพักผ่อน
ตนก็สนับสนุนว่าแม่ก็อยากนอนเหมือนกัน ลูกชายก็พูดอาฆาตว่า “สักวันหนึ่งจะเป็นวันของกู” ตนเกรงว่าญาติจะได้รับอันตราย เพราะลูกชายเสพยาบ้าและกัญชา พอเมายาบ้าก็อาจจะก่อเหตุได้ ตนไม่มีที่พึ่งแล้ว จึงมาปรึกษาตำรวจ และอยากให้ตำรวจไปจับลูกชาย เอาไปขังหรือบำบัดให้หาย
พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ มหาปัญญาวงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) หัวหน้า สภ.นาข่า ได้สั่งการให้ตำรวจปราบปราม และตำรวจสืบสวน ออกไปควบคุมตัวนายอังคาร ลูกทรพีมาดำเนินคดี เพราะมีพฤติกรรมเป็นบุคคลอันตราย เป็นภัยสังคม ซึ่งนายอังคารชอบหลบซ่อนตัวอยู่แถวหนองน้ำสาธารณะ แต่เมื่อตำรวจไปถึงก็ไม่พบนายอังคาร
เมื่อไปที่เถียงนาที่นายอังคารพักอาศัย ก็พบแต่เสื้อผ้าและสิ่งของ คาดว่านายอังคาร จะรู้ตัวว่าแม่ไปแจ้งตำรวจจับเพราะยิงปืนข่มขู่ญาติ จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ซึ่งตำรวจได้ซุ่มอยู่บริเวณใกล้เคียง หากนายอังคารกลับมาจะแจ้งตำรวจเข้าจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย




