หนุ่มวัย 48 ปี ขับมอเตอร์ไซค์เห็นด่านตรวจ ขับรถเข้า รพ.สต.จนท.ตื่นเพราะมีอาการเมา แจ้งตำรวจมาตรวจสอบสารภาพเมาสุราจะขี่รถไป จ.มหาสารคาม ตำรวจเป่าได้ 163 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เจ้าตัวอ้างเป็นเพราะเบาหวานกับความดันขึ้น ถ้าปกติดื่มแค่นี้เป่าไม่ขึ้น ผกก.สั่งเข้มไม่ละเว้นผู้กระทำผิด
เมื่อวันที่ 11 เมษายน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน (รพ.สต.) บ้านหนองตา ต.โนนขวาง อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ว่ามีคนขับรถจักรยานยนต์มาล้มอยู่ภายหน้าอาคารของ รพ.สต.มีลักษณะคล้ายคนเมาสุรา
จากนั้นตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วของ สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน นำกำลังเข้าตรวจสอบทันที พบ นายวีระชน อายุ 48 ปี ชาว อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ นั่งควบรถจักรยานยนต์เวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียนบุรีรัมย์ อยู่ในอาการเมาสุราอย่างเห็นได้ชัด
สอบถาม นายวีระชนบอกว่า ขี่รถจากบ้านภรรยา ที่ ต.หินเหล็กไฟ จะเอาเงินไปให้แม่ที่ จ.มหาสารคาม ในช่วงเทศกาลปีใหม่จำนวนเงิน 100,000 บาท เมื่อขับมาถึงบริเวณหน้า รพ.สต.เห็นไฟวาบๆ ของตำรวจจึงรีบเลี้ยวรถเข้า รพ.สต.เพราะเกรงจะถูกจับ แต่รถมาล้มอยู่ในสำนักงาน รพ.สต.


เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่าเมาขนาดนี้จะขับไปไกลกว่า 100 กม.จะไหวหรือไม่ นายวีระชนตอบว่า กลับบ้านในอาการนี้ทุกปีในช่วงเทศกาลต่างๆ ไม่เคยโดนจับ ปีนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก ตำรวจขอตรวจค้นกระเป๋าที่พกมาด้วย ไม่พบเงินสดตามที่นายวีระชนกล่าวอ้าง
ตำรวจนำตัวไปเป่าด้วยเครื่องวัดแอลกอฮอล์ ปรากฏว่าวัดได้ถึง 163 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่นายวีระชนยังไม่ยอมอ้างว่าสาเหตุที่เป่าขึ้นสูง 163 มิลลิกรัมฯเพราะเบาหวานและความดันขึ้น ทำให้ตัวเลขการเป่าขึ้นตามไปด้วย จริงแล้วอยากให้ตำรวจรอเบาหลานลงก่อนแล้วค่อยเป่า
หลังการสอบสวนนำตัวส่ง ร.ต.อ ปรีชาศักดิ์ ศักยปรีชา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านด่าน พร้อมตั้งข้อหา นายวีระชน “เมาแล้วขับ”‘ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถาม พ.ต.อ. ศิริวัฒน์ สมกิจศิริ ผกก.สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ทราบว่าสงกรานต์ปีนี้ได้สั่งให้มีการตั้งด่านตามถนนรอง ซึ่งเป็นต้นทางที่คนเมาจะขับรถออกไปถนนสายหลักซึ่งเป็นอันตรายเพราะรถวิ่งตามถนนสายหลักเป็นจำนวนมาก โดยได้กำชับหากพบผู้กระทำผิดกฎหมายโดยเฉพาะเมาแล้วขับจะทำการจับกุมแบบไม่ละเว้น



