หน้าแรก ภูมิภาค นอภ.แจงวุ่น ด...

นอภ.แจงวุ่น ดื่มจริงแต่ไม่เมา ปรี่หาตร.แค่ ‘เซ’ !! รับขอให้ไม่จับ ‘หลานเขย’ เมาแล้วขับ

12.04.24 | 14:47 น.
นายสฤษดิ์ รัตนวงษ์ นายอำเภอยางชุมน้อย

ศรีสะเกษ คืบหน้า นายอำเภอเมาแล้วกร่างด่าตำรวจ ผู้ว่าฯสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วขณะที่นายอำเภอยอมรับ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จริงแต่ภาพตามคลิปไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด

จากกรณีที่ด่านตรวจแห่งหนึ่งใน จ.อำนาจเจริญ ได้ปรากฏคลิปเหตุการณ์ชายสวมเสื้อลายส่งเสียงดังขณะคุยกับตำรวจ พร้อมบอกว่า “ผมเป็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย คุณไม่ให้เกียรติผมเลย คุณมาถ่ายผมทำไม” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดว่า “ยิ่งเป็นข้าราชการระดับสูงสมควรทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี” ทำให้ชายที่อ้างว่าเป็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยไม่พอใจร้องตะโกนโวยวายคล้ายกับคนเมาสุราอย่างหนัก และได้เดินปรี่เข้าไปผลักอก จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ก่อนที่ผู้ว่าฯศรีสะเกษจะส่งหนังสือชี้แจงต่อปลัด มท. ความว่า นายอำเภอยางชุมน้อย ไม่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์เพราะไม่ได้เป็นคนขับรถ มีคนขับรถมาให้ และที่มาที่ด่านตรวจ เพราะญาติถูกดำเนินคดีเมาแล้วขับ หลังเป่าแอลกอฮอล์พุ่ง 121 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ระบุด้วยว่า “ด้วยบุคลิกของนายอำเภอยางชุมน้อย ที่มักจะเป็นคนพูดจาเสียงดัง จึงทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 12 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนได้ทราบข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งตนเห็นว่าทางกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลได้มีนโยบายและมีคำสั่งในการกวดขันจับกุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวดในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งจากคลิปตามข่าวนั้น ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ตนทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งตนได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ซึ่งตนจะดำเนินการตามข้อมูลหลักฐานต่างๆ เพื่อดำเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องและ ยืนยันว่าจะดำเนินการตามระเบียบกฎหมายและวินัยที่กำหนดไว้อย่างเต็มที่ โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามพยานหลักฐานที่เกิดขึ้น

ตนขอฝากแจ้งข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยทุกคนของจังหวัดศรีสะเกษว่านโยบายของผู้บังคับบัญชาและระเบียบวินัยข้าราชการจะต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชน อีกทั้งขณะนี้อยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ข้าราชการจะสามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ แต่จะต้องดื่มอยู่ในที่ที่เหมาะสม และที่สำคัญจะต้องไม่เมาแล้วขับอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์และช่วงเทศกาลต่างๆ ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลอย่างเคร่งครัด

Advertisement
นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพักนายอำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ ได้พบกับ นายสฤษดิ์ รัตนวงษ์ นายอำเภอยางชุมน้อย กับ นายวิระศักดิ์ วันทา ญาติของนายอำเภอที่มาช่วยทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถให้นายอำเภอยางชุมน้อย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นวันที่ 11 เมษายน 2567 เวลาประมาณ 13.00 น. เหตุเกิดที่บริเวณแยกบายพาส อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ โดยในวันดังกล่าวตนได้ไปช่วยงานบวชหลานชายที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขตจังหวัดอำนาจเจริญ

ต่อมา นายวิระศักดิ์ที่มาช่วยขับรถได้มาแจ้งให้ตนทราบว่าหลานเขยถูกจับข้อหาเมาแล้วขับอยู่ที่แยกบายพาส ตนจึงได้เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุและได้พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่าน ตนจึงได้เข้าไปแสดงตัวและบอกว่าเรื่องนี้ขอกันได้หรือไม่ เพราะว่าหลานเขยเป็นคนทำมาหากิน ไม่ได้เกะกะเกเร เป็นการดื่มเหล้าในงานบุญ แต่หากขอไม่ได้ก็ขอให้ดำเนินการปรับตรงนั้นเลยได้หรือไม่ แต่ว่าตำรวจแจ้งว่า จะต้องไปปรับที่ศาลตนก็ไม่ได้ว่าอะไร

นายอำเภอยางชุมน้อย กล่าวต่อไปว่า แต่ปรากฏว่าหลังจากที่ตนแสดงตัวไปว่าเป็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยแล้วตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ไม่ได้ให้เกียรติตนแต่อย่างใด แต่ใช้คำพูดที่เป็นการไม่ให้เกียรติกัน ซึ่งขณะนั้นตนแต่งกายด้วยชุดธรรมดาไม่ได้สวมเครื่องแบบข้าราชการ ตนก็เป็นเหมือนประชาชนคนหนึ่ง แต่การที่ตำรวจใช้คำพูดแบบไม่ให้เกียรติตนนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ควรกระทำแต่อย่างใด ซึ่งตนยอมรับว่าตนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาจริง แต่ไม่ได้มึนเมาแต่อย่างใด

ส่วนคนขับรถของตนนั้นก็ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่อย่างใด เพราะว่าทำหน้าที่ขับรถ ส่วนรถที่ขับไปครั้งนี้ก็เป็นรถส่วนตัว ผู้ที่โดนตำรวจจับเป็นหลานเขยของตน ไม่ใช่ตนและคนขับรถที่โดนจับกุม อีกทั้งการที่ตำรวจแจ้งว่าจะจับกุมตนด้วย ตนก็จะให้จับกุม

ส่วนตามคลิปที่บอกว่าตนจะเข้าไปทำร้ายตำรวจนั้นไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าตนเดินเข้าไปหาตำรวจแล้วตนสะดุดพื้นทำให้เซเข้าไป ตนคงไม่กล้าที่จะเข้าไปทำร้ายตำรวจที่พกพาอาวุธปืนและอยู่กันกลุ่มใหญ่อย่างแน่นอน

นายอำเภอยางชุมน้อย กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ตนยอมรับผลที่จะตามมาสุดแท้แต่ผู้บังคับบัญชาจะพิจารณา แต่ตนขอยืนยันว่าภาพตามคลิปไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด เป็นคลิปที่ออกมาจากทางฝ่ายตรงข้ามเพียงด้านเดียว ตนปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด และเปิดจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเขตอำเภอยางชุมน้อยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุอย่างเต็มที่

ส่วนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงงานบุญนั้นตนก็ดื่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะว่าเป็นงานบุญจึงมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตนได้รายงานข้อเท็จจริงที่เกิดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษทราบแล้ว และพร้อมที่จะให้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับคณะกรรมการสอบสวนที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษตั้งขึ้นมา

นายสฤษดิ์ รัตนวงษ์ นายอำเภอยางชุมน้อย

นายวิระศักดิ์ วันทา ญาติของนายอำเภอที่มาช่วยทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นข้อเท็จจริงตามข่าวไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด ตนทำหน้าที่ขับรถเมื่อได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากหลานเขยว่าถูกตำรวจจับกุมข้อหาเมาแล้วขับจึงได้แจ้งให้นายอำเภอทราบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าตำรวจตั้งด่านอยู่และได้ใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมและไม่ให้เกียรติกับนายอำเภอยางชุมน้อย ทั้งที่นายอำเภอเข้าไปเพื่อขอให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยขอให้ปรับตรงนั้นได้หรือไม่ แต่เมื่อไม่ได้ก็ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่ว่าตำรวจกลับพูดจาไม่ให้เกียรติกับนายอำเภอ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูง จึงได้มีการโต้เถียงกันขึ้น แต่ว่าไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด

นายวิระศักดิ์ วันทา ญาติของนายอำเภอที่มาช่วยทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตะลึง นายอำเภอเมากร่าง ผลักอกตร. ขวางจับลูกน้องเมาขับ โวยไม่ให้เกียรติ ลั่นกูจะเล่นมึง
ผู้ว่าฯศรีสะเกษ แจงปมนายอำเภอเมากร่าง แค่เสียงดัง ย้ำไม่ได้วัดแอลกอฮอล์