ป้าสุดช้ำ ถูกหนุ่มโปรโฟล์ดี โกงค่าทุเรียนเกือบ 7 แสน ไม่ใช้หนี้ ซ้ำให้กู้นอกระบบต่อทุน
จากกรณีเพจอยากดังเดี่ยวจัดให้รีเทริ์นpart 6 ได้โพสภาพและข้อความระบุว่า “ป้าขอความช่วยเหลือ ป้าไม่มีที่อยู่ที่พักอาศัย เงินลงทุนก้อไม่เหลือ ป้าทำธุรกิจขายส่งเนื้อทุเรียนคัดเกรดพรีเมื่ยมส่งให้บุคคลในรูปภาพแล้วเค้าไม่จ่ายเงินป้า เขาอ้างว่าทางห้างยังไม่สรุปยอด และอ้างปัญหาต่างๆ เป็นเวลา 2 ปีกว่าๆ แล้วที่ป้ารอ แต่เค้าก้อไม่เคยจะคืนเงินป้าบ้างเลย เห็นโปรไฟล์ดี พูดจาดี สายบุญ ป้าเลยเชื่อใจเค้าได้โปรดสงสารป้าด้วย ป้าไม่มีที่อยู่ ไม่มีเงินจะทำทุน เพราะป้าทำธุรกิจ แล้วเค้าไม่คิดจะคืนเงินป้าบ้างเลย ยอดจำนวนเงินทั้งหมด 650,000 บาท ทำธุรกิจซื้อเนื้อทุเรียนป้า เพื่อนำไปขายในห้างดัง ในสาขาต่างๆ ในกทม. เมื่อโทรทวงถาม เค้าอ้างว่าขาดทุนอย่างเดียว รับเนื้อทุเรียนจากทางร้านป้าไป ราคาประมาณ 500-550 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทางเราทราบราคาขายในห้างประมาณ 1,500 ต่อกิโลกรัม ตอนนี้ป้าทุกข์เงินทำทุนที่กู้มาทั้งนอกระบบและในระบบหมดแล้ว ป้าขอใช้ช่องทางนี้ เพื่อติดตามบุคคลนี้
เมื่อวันที่ 12 เมษายน ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไป ร้านเจ๊อี่ มีเนื้อกะทิทุเรียน จำหน่าย ปลีก-ส่ง และได้พบกับนางมาลี พุ่มแก้ว อายุ 63 ปี เจ้าของร้าน ได้บอกกับผู้สื่อข่าว ว่า ตนเองได้ซื้อขายทุเรียนกับ คนที่ชื่อนิว มาตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนปี 2565 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีการตัดยอดทุก 15 วัน วันหนึ่งก็ขายเป็นร้อยโล โลละ 500 ถึง 550 บาท ซึ่งมีการเคลียร์ยอดขายทุเรียน แต่ก็เคลียร์ไม่เคยหมด ยอดเป็นล้านบาท
นางมาลี กล่าวว่า พอทวงถามไปทางเขาก็เฉยเมย และทาง น้องนิว ก็ยังบอกกับตนให้ไปกู้เงินมาเพื่อที่จะได้ทำงานกันต่อ เราก็บอกว่าจะไปเอาเงินมาจากไหน ซึ่งตนเองก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินทั้งนอกระบบและในระบบทางธนาคารและทองก็นำไปขายหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรแล้ว

ตนเองรู้จักกับน้องนิวคนนี้มาตั้งนานแล้ว ซึ่งเขาก็เสนอมาให้ทำธุรกิจขายส่งทุเรียน เราก็คิดว่ามันจะได้ดีเพราะเขาไม่เคยคดโกงเพราะตอนนั้นเขาก็เป็นคนดีคนนึง ตนเองเป็นคนชอบวัดใจคน และให้โอกาสคน ทำให้เชื่อมั่นในตัวเขา เพราะว่าเขามีโปรไฟล์ดี น่าเชื่อถือ ซึ่งหนี้สินทั้งหมด ที่เขาติดตนเอง ในขณะนี้เป็นจำนวนเงิน 650,000 กว่าบาท ซึ่งเขาอ้างว่าเขาทำแล้วขาดทุนทำแล้วไม่ได้เงิน ตนเองก็ถามว่ามันจะขาดทุนได้ยังไง เพราะว่าซื้อจากตัวเองไปกิโลกรัมละ 500 กว่าบาท และเอาไปขึ้นห้างในราคาพันกว่าบาท ซึ่งวันๆนึงเขาจะสั่งมาเป็นจำนวนมากซึ่งตนเองก็ได้จ้างทนายและไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สภ.คลองหลวงแล้ว
เท่าที่ทราบมาทั้งตัวเขาเองไม่ได้ทำแบบนี้กับตนเองแค่คนเดียว ยังทำกับร้านอื่นด้วย แต่ที่ตนเองได้ออกมาโพสต์เรื่องนี้ เพราะว่าเวลานี้ไม่มีเงินจะลงทุนแล้ว และก็ไม่มีตังค์จะซื้อข้าวกินด้วยอยากกินอะไรก็ไม่ได้กินซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่าช่วยอะไรไม่ได้ตนเองก็ไม่รู้ว่าความยุติธรรมมันอยู่ตรงไหนซึ่งทุกวันนี้ตนเองก็ต้องจ่ายค่าแผงวันละ 900 บาท

ต่อมาได้มีการติดต่อไปทางคุณนิว ซึ่งเป็นคู่กรณีของป้าที่โพสต์รูปภาพลงไปโดยทางคุณนิวได้ชี้แจงทางโทรศัพท์บอก ว่า ยอดที่ป้าได้โพสต์ลงไปนั้น ไม่เป็นเรื่องจริง ตนเองติดเงินอยู่แค่แสนกว่าบาท ไม่ใช่ 6 แสนกว่าบาท แล้วก็ได้ไปลงบันทึกประจำวันแจ้งความไว้แล้วเช่นกัน
เมื่อทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า ขอดูหลักฐานที่คุณนิวมีอยู่ได้หรือไม่ทางคุณนิวก็บอกว่าขอเวลากลับมาที่กรุงเทพฯ ก่อนเพราะตอนนี้อยู่ต่างจังหวัด
ต่อมาทางคนที่โพสต์บอกว่าในการมาเอาทุเรียนแต่ละครั้งทางคุณนิว จะว่าจ้างรถแท็กซี่ มารับทุเรียนหลายๆร้าน และนำเอาไปส่งที่ห้างเองซึ่งผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปทางคุณหนึ่งซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ก็ได้ให้ข้อมูลว่าตนเองได้รับการว่าจ้างจากคุณนิวให้มาเอาทุเรียนตามยอดที่ทางคุณนิวกับทางร้านขายทุเรียนได้ตกลงกันเอาไว้และเอาไปส่งถึงวันที่ห้างแต่ส่วนเรื่องอื่นนั้นตนเองไม่ทราบ




