หน้าแรก ภูมิภาค จับขบวนการขนร...

จับขบวนการขนรถข้ามแดน ยึด 5 คัน แฉเส้นทางจำนำก่อนขายข้ามโขงไปฝั่งลาว

20.04.24 | 16:53 น.

จับขบวนการขนรถข้ามแดน ยึด 5 คัน แฉเส้นทางจำนำก่อนขายข้ามโขงไปฝั่งลาว

เมื่อวันที่ 20 เมษายน หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการกองร้อยทหารราบ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พล.ต.นรธิป โพยนอก ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี มอบหมายให้ ร.อ.กิตติกร จันทร์หอม นายทหารฝ่ายยุทธการ กองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการกองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ และรถยนต์โจรกรรมข้ามชาติ ตามแนวชายแดนริมน้ำโขง ในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และรอยต่อ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน นอกจากนี้จากการลาดตระเวนหาข่าว หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการกองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ยังสามารถตรวจยึดรถยนต์หรูสภาพใหม่ นำมาซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ชายแดนแม่น้ำโขง เขต ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และรอยต่อ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เพื่อรอลำเลียง ขนส่งทางเรือหางยาว ต่อเป็นแพขนานยนต์ ด้วยความชำนาญ นำส่งไปขาย ดัดแปลงสภาพใช้งานในฝั่ง สปป.ลาว มีราคาซื้อขายประมาณคันละ 4-5 แสนบาท จากราคาจริง คันละ 1-1.5 ล้านบาท

โดยการตรวจยึดครั้งนี้ เป็นรถยนต์ จำนวน 5 คัน ประกอบด้วย รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน 1 คัน ทะเบียน กษ 3054 สุราษฎร์ธานี รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา แลมโบ 1 คัน ทะเบียน ขก 9069 นครสวรรค์ รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นมิวเอ็กซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 2ขร 9816 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียนรถ ขข 7435 นครศรีธรรมราช รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีบรอนซ์เทา เลขทะเบียน 4ขย 9461 กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจสอบของ ร.อ.กิตติกร จันทร์หอม นายทหารฝ่ายยุทธการ กองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการกองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ระบุว่า รถยนต์ส่วนใหญ่ที่ได้จากการตรวจยึด หลังมีการพบเบาะแสการข่าวว่าจะลำเลียงมาพักตามอำเภอชายแดนแม่น้ำโขง เพื่อรอการลำเลียงขนส่ง จึงประสานทางบริษัทไฟแนนซ์มาร่วมตรวจสอบ พบว่ารถยนต์ทั้ง 5 คัน สภาพใหม่ มีการเช่าซื้อกับหลายธนาคาร และแหล่งเงินทุนจัดไฟแนนซ์ ส่วนใหญ่จะมีการเช่าซื้อมากว่า 2 ปี แต่มีการค้างชำระประมาณ 1 ปี คาดว่าเจ้าของขาดสภาพคล่อง จึงจำนำกับนายทุน รวมถึงบ่อนจำนำราคาถูกแบบไม่มีหลักฐาน คันละประมาณ 2-3 แสนบาท โดยให้ไฟแนนซ์ยึด ก่อนที่จะนำมาพักรอการขนส่งข้ามไปขาย สปป.ลาว นอกจากนี้ยังมีบางคัน จะมีต้นทางมาจากการโจรกรรม แต่ส่วนใหญ่จะมาจากจำนำหนีไฟแนนซ์ เนื่องจากมีช่องว่างกฎหมาย เป็นสัญญาเช่าซื้อ เป็นคดีแพ่ง มีการฟ้องร้องภายหลัง ทำให้เจ้าของรถยนต์หาทางออกจากช่องว่างของกฎหมาย นำส่งขาย และตรวจสอบยากว่าเป็นการยักยอกทรัพย์ ทำให้บริษัทไฟแนนซ์ต้องฟ้องค่าเสียหายทางแพ่งภายหลัง ส่วนรถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่จะเป็นการโจรกรรม เพราะขนย้ายง่ายกว่ารถยนต์ เมื่อมีออเดอร์ประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีปัญหาการโจรกรรมและเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เกิดหนี้เสียของสถาบันการเงินตามมา ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังระบุเชิงลึกว่า ปัญหาสำคัญที่ปราบปรามไม่หมด เนื่องจากมีขบวนการนายทุนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่รัฐบางรายมีเอี่ยวในการดูแลเส้นทางลำเลียง ได้ค่าตอบแทนสูง คาดว่าแต่ละเดือนในพื้นที่ชายแดนนครพนม มีรถยนต์โจรกรรมข้ามชาติเกือบ 100 คัน ที่หนีการจับกุม ตรวจยึด

นอกจากนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่บริษัทไฟแนนซ์รถยนต์ ยอมรับว่าปัจจุบันยอดหนี้เสียค้างชำระเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว รวมถึงตามหารถยนต์ไม่เจอจำนวนมาก เชื่อว่าถูกนำเข้าไปเข้าขบวนการจำนำ ส่งขายข้ามไปลาว เพราะไม่ยอมให้ไฟแนนซ์ยึด และยอมให้ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งภายหลัง เพราะไม่สามารถดำเนินคดีอาญาในข้อหายักยอกทรัพย์ได้ เพราะยากในกระบวนการทางกฎหมายที่จะตรวจสอบหาหลักฐาน อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อมูล พบว่ารถยนต์ที่ได้คืนจากการตรวจยึดก่อนส่งข้าม สปป.ลาว ไม่มีการแจ้งหาย เพราะเจ้าของติดต่อไม่ได้ ปฏิเสธการชำระหนี้ จึงนำไปจำนำกับนายทุน และเข้าสู่ขบวนการขายข้ามชาติ ทำให้หนี้เสียเพิ่มมากขึ้น และสิ่งที่ตามมาคือ การโจรกรรม การจำนำเถื่อนแบบไม่มีเอกสารเพิ่มขึ้น เพราะมีออเดอร์ส่งออกไปขาย กลายเป็นปัญหาสำคัญระดับประเทศ ในรอบนี้สามารถตรวจสอบ คืนบริษัทได้ 2 คัน โดยติดต่อเจ้าของผู้เช่าซื้อไม่ได้ เชื่อว่านำไปจำนำ ก่อนขบวนการโจรกรรมนำมาส่งขาย

Advertisement

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ปัญหาการโจรกรรมขายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ข้ามชาติ จะไม่หมดไป หากโทษทางกฎหมายยังสามารถเอาผิดได้แค่เรียกร้องทางแพ่ง เนื่องจากผู้เช่าซื้อบางรายไม่มีทรัพย์สิน พร้อมที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ไฟแนนซ์ ที่สำคัญหากเจ้าหน้าที่รัฐบางรายและมีนายทุนในพื้นที่อำนวยความสะดวกเส้นทางลำเลียงขนส่งข้ามไปขาย สปป.ลาว ยากที่จะตัดวงจร ยิ่งหากปลายทางมีความต้องการสูง ยิ่งทำให้มีการโจรกรรม และรับจำนำมาส่งขายมากขึ้น