เกษตรกรสุดทน บุกร้องชลประทาน อยู่เปิดประตูดันน้ำเค็ม หวั่นกระทบไม่มีทำการเกษตร
เมื่อวันที่ 20 เมษายน ผู้สือข่าวรายงานจาก จ.ปทุมธานี ที่ฝายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 (พระธรรมราชา) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ สำนักงานชลประทานที่ 11 กรมชลประทาน ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายมนัส พุทธรักษ์ ตัวแทนเกษตรอำเภอหนองเสือ พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นในอ.หนองเสือ และเกษตรกร อ.หนองเสือกว่า 100 ชีวิต ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดประตูระบายน้ำของชลประทาน ที่ระบายน้ำดีออกไปผลักดันน้ำเค็มจนเกษตรกร อ.หนองเสือขาดแคลนน้ำ ในการทำการเกษตร สุดทนจึงรวมตัวเดินทางมาเรียกร้อง และกดดันให้ทางชลประทานแก้ไขการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ อ.หนองเสือ ภายหลังจากน้ำในคลองชลประทานตั้งแต่คลองชลประทานที่7-4 แห้งขอดจนไม่สามารถสูบน้ำมาทำการเกษตรได้

นายมนัสกล่าวว่า เกษตรกรทั้งหมดใน อ.หนองเสือ ต่างตกใจที่น้ำภายในคลองชลประทานทั้งหมดในอ.หนองเสือเกิดลดฮวบอย่างน่าตกใจ จนบางคลองชาวบ้านสามารถเดินข้ามคลองได้ ทำให้เกษตรกรต่างหวั่นวิตกว่าจะไม่มีน้ำใช้ในการทำเกษตรกรรมได้ ซึ่งทราบข่าวว่าทางชลประทานได้มีการเปิดประตูน้ำทุกบาน เพื่อนำน้ำดีไปผลักดันน้ำเค็มที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งจากนี้ภายใน 2-3 วัน หากไม่มีการแก้ไขในการบริหารจัดการน้ำ น้ำต้องแห้งหมดคลองอย่างแน่นอน วันนี้ จึงเดินทางมาให้ชลประทานแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นายสุริยา ธรรมธารา สจ.เขต1 หนองเสือ กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทนท้องถิ่นในอำเภอหนองเสือ และเป็นตัวแทนเกษตรกรได้เดินทางมาเรียกร้องให้ชลประทานดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งภายในการประชุมหารือกันนั้นทางชลประทานได้รับปากเกษตรกรที่เข้าร่วมประชุมว่าภายใน 2-3 วันนี้จะมีการผันน้ำมาช่วยเหลือ ซึ่งหากภายในวันจันทร์ที่จะถึงนี้( 22 เมษายน) ระดับน้ำภายในคลองชลประทานยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ตนเองพร้อมเกษตรกรภายในอ.หนองเสือ จะเดินทางมากดดันและเรียกร้องเรื่องดังกล่าวนี้อีกครั้งต่อไป



