เศรษฐา ช่วยด่วน! พ่อค้าเครียด เมื่อวานผักขึ้นราคา วันนี้หมูแพง ปชช.เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า
เมื่อวันที่ 23 เมษายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ตลาดสดเทศบาลเมืองชัยนาท ในตัวเมืองชัยนาท เพื่อตรวจสอบกระแสราคาวัตถุดิบในการปรุงอาหารแพง ซึ่งพบว่าเช้านี้ราคาเนื้อหมูยังขายราคาเดิม แต่มีข่าวร้ายเพราะสมาคมผู้เลี้ยงสุกรประกาศปรับราคาหมูตัวหน้าฟาร์มขึ้นอีก กก.ละ 4 บาท ซึ่งส่งผลให้ราคาหน้าเขียงในวันพรุ่งนี้จะมีการปรับขึ้นอีกเฉลี่ย กก.ละ 10 บาท ซึ่งจะทำให้หมูสามชั้นขยับจาก 180 บาท ไปอยู่ที่ 190 บาทต่อ กก. หมูสันนอก จาก 150 บาทต่อ กก. ไปอยู่ที่ 160 บาทต่อ กก. หมูสันคอจาก 170 บาทขยับไปขายที่ 180 บาทต่อ กก. ส่วนกระดูกเล้งจะยังคงราคาไว้ที่ กก.ละ 60 บาท ส่วนหมูบดยังตรึงราคาไว้ที่ 100 บาทต่อ กก.
ขณะที่ราคาขายไข่ไก่เอง ก็ยังคงราคาแพงแบบติดลมบน โดยไข่ไก่เบอร์ 0 ยังขายที่ราคาสูงถึง 148 บาท เบอร์ 1 ซึ่งเป็นที่นิยมใช้ตามร้านอาหารก็ขยับราคาไปที่ 135 บาท/แผง ส่วนเบอร์อื่นๆ ก็ขยับตามเป็นขั้นบันไดเช่นกัน
ซึ่งจากวัตถุดิบในการปรุงอาหารพากันพาเหรดขึ้นราคานี้เอง ร้านอาหารต่างๆ ดูเหมือนจะเป็นอาชีพที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยคุณสมศักดิ์ สมบัติ เจ้าของร้านอาหารหนิง ในพื้นที่ ต.เขาท่าพระ อ.เมือง จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า ตอนนี้ราคาข้าวของแพงทุกอย่าง แต่ทางร้านจะปรับราคาขายก็ไม่ได้ เพราะกระทบยอดขายและสงสารลูกค้า จึงอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรี คุณเศรษฐา ทวีสิน ขอให้นำเรื่องนี้ไปพิจารณาหามาตรการแก้ไขช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วน เพราะกำลังได้รับความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าแล้ว
ด้านนายอำนาจ ทองดอนเนียน พ่อค้าข้าวราดแกงกล่าวว่า ตอนนี้กำไรจากการขายอาหารลดน้อยลงทุกทีจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เมื่อวานผักแพง วันนี้มาหมูแพง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารต้องตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาให้ชาวบ้านด้วย เพราะรายได้กับรายจ่ายค่าครองชีพตอนนี้ไม่สัมพันธ์กัน ข้าวของแพงทุกอย่างแต่รายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย


