หน้าแรก ภูมิภาค ปรับเงื่อนไขส...

ปรับเงื่อนไขสร้างบ้านเหยื่อพลุระเบิดมูโนะใหม่ ให้เจ้าของ-ผู้รับเหมา ทำสัญญากันเอง รัฐแค่ควบคุมการใช้เงิน

25.04.24 | 19:36 น.

ปรับแนวทางสร้างบ้านเหยื่อพลุระเบิดมูโนะใหม่ ให้เจ้าของ-ผู้รับเหมา ทำสัญญากันเอง รัฐแค่ควบคุมการใช้เงิน หวังได้อยู่บ้านเร็วขึ้น

เมื่อวันที่ 25 เมษายน ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ประชุมคณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติการใช้เงินบริจาคเหตุอัคคีภัย กรณีไฟไหม้โกดังเก็บดอกไม้เพลิงบริเวณตลาดมูโนะ หมู่ 1 ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ห้องประชุมพระนราภิบาล ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ความคืบหน้าล่าสุดได้มีการแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งได้เห็นชอบตามที่จังหวัดนราธิวาส ขอให้มีการพิจารณาอนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์การจ่ายเงินกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย จากเหตุโกดังเก็บดอกไม้ไฟระเบิด ในตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก ตามที่คณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือฯ ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือ เป็นค่าวัสดุในการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย จำนวน 649 หลัง เงินช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต จำนวนเงิน 107 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2566

โดยทางจังหวัดนราธิวาส ได้มีหนังสือขออนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์ เพราะตามระเบียบ เงินกองทุนจะนำไปใช้ได้แต่เฉพาะค่าซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยทั้งหมด แต่ในจำนวน 649 หลัง มีทั้งบ้านตนเอง 493 หลัง บ้านเช่า 147 หลัง สถานที่ละหมาด 2 หลัง สถานศึกษาปอเนาะ 3 หลัง มัสยิด 1 หลัง โรงงาน 1 หลัง และโกดัง 2 หลัง ซึ่งที่ประชุมจึงได้เห็นชอบอนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์ โดยสามารถนำไปใช้ทั้งค่าวัสดุและค่าแรงในการซ่อมสร้างบ้าน เพื่อให้สามารถใช้จ่ายเงินทั้งหมดได้ตามที่ขอรับการช่วยเหลือ อีกทั้งได้อนุมัติเงินช่วยเหลือกรณีบาดเจ็บเพิ่มเติม จากเหตุโกดังเก็บดอกไม้ไฟระเบิด และเกิดอัคคีภัย ในตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก ให้แก่ผู้บาดเจ็บทุพพลภาพ สูญเสียตาซ้ายข้างเดียว 1 ราย เป็นเงิน 495,000 บาท

Advertisement

นอกจากนี้คณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติการใช้เงินบริจาคเหตุอัคคีภัย กรณีไฟไหม้โกดังเก็บดอกไม้เพลิงบริเวณตลาดมูโนะ หมู่ 1 ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ยังได้สรุปแนวทางการปฏิบัติ เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างบ้านที่มาจากหลายปัจจัย ซึ่งเมื่อมีการยกเว้นหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ตามมติคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งแยกเป็นเงินสำหรับซ่อมสร้างบ้าน จำนวน 100,466.995.23 ล้านบาท โดยนำมาใช้เพื่อก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับผู้ประสบภัยตามสิทธิบ้านเรือนที่เข้าหลักเกณฑ์(บ้านที่อาศัยอยู่ประจำ) จำนวน 52 หลัง บ้านเรือนที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ (บ้านที่ไม่ได้อาศัยอยู่ประจำ) จำนวน 24 หลัง เป็นเงิน 64,543,946.88 บาท รวมกับเงินบริจาคจากบัญชี “เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยมูโนะ” ที่กันไว้สำหรับการก่อสร้างบ้านอีกจำนวน 11,501,225.58 บาท

พร้อมทั้งมีมติปรับแนวทางการปลูกสร้างบ้าน เพื่อให้สามารถเดินหน้าในการก่อสร้างบ้านจำนวน 76 หลังให้กับผู้ประสบภัย โดยจะใช้รูปแบบ ประชาชนกับผู้รับจ้าง เป็นคู่สัญญากันเอง โดยรัฐเป็นผู้ควบคุมการใช้จ่ายวงเงินให้เป็นไปตามกรอบที่แต่ละครัวเรือนได้รับ เพื่อให้มีความรวดเร็วในการก่อสร้างเพราะสามารถกระจายให้ผู้รับเหมาได้หลายราย ซึ่งผู้ประสบภัยจะได้รับบ้าน จำนวน 1 หลัง ด้วยวงเงินเดิมที่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งหลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการเปิดเวทีประชาคมเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางปฏิบัติตามกรอบใหม่ ที่จะทำให้การก่อสร้างบ้านเกิดขึ้นได้เร็วขึ้นตามข้อสั่งการของ ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ที่ต้องการให้มีการเร่งรัดก่อสร้างบ้านให้กับผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด

ส่วนกรณีการเช่าบ้านให้ผู้ประสบภัย ช่วง 6 เดือนแรก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้ความช่วยเหลือค่าเช่าห้องพักเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณให้แก่ผู้ประสบภัย เดือนละ 3,000 บาท จำนวน 85 ครอบครัว รวม 1,530,000 บาท ต่อมานับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2567 จังหวัดนราธิวาสโดยคณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติการใช้เงินบริจาคเหตุอัคคีภัย กรณีไฟไหม้โกดังเก็บดอกไม้เพลิงบริเวณตลาดมูโนะ หมู่ 1 ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสได้อนุมัติใช้เงินบริจาคจากบัญชี “เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยมูโนะ” จ่ายเป็นค่าเช่าบ้านให้แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 72 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 648,000 บาท และในการประชุมครั้งล่าสุด วันที่ 24 เมษายน 2567 ได้อนุมัติค่าเช่าบ้านสำหรับเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2567 แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 58 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 522,000 บาท ซึ่งจำนวนผู้ได้รับการอนุมัติให้ความช่วยเหลือกรณีไม่มีที่อยู่อาศัย ดำเนินการตามการรายงานของอบต.มูโนะ ดังนั้นนับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันผู้ประสบภัยที่ไม่มีที่อยู่อาศัยได้รับการช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าบ้านมาโดยตลอด โดยอ้างอิงตามข้อเท็จจริงที่ได้รับการตรวจสอบจาก อบต.มูโนะ

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล กล่าวว่า เรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมูโนะ เป็นเรื่องที่จังหวัดนราธิวาสให้ความสำคัญ ที่ผ่านมามีปัจจัยหลายด้านที่ทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างล่าช้า ต้องขอขอบคุณนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้พิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินจากกองทุนฯทันทีที่ทราบปัญหา ทำให้สามารถปลดล็อคข้อจำกัด และเดินหน้าในการก่อสร้างบ้านได้รวดเร็วมากขึ้น ทั้งนี้ได้เน้นย้ำกับทุกฝ่าย การขับเคลื่อนงานเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมูโนะ ต้องมีความชัดเจน เห็นผลและถูกต้องตามระเบียบ อีกทั้งต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกกระบวนการ หลังจากนี้ต้องเห็นภาพความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด พบปัญหาส่วนใดต้องเร่งรัดแก้ไขทันที