หน้าแรก ภูมิภาค อากาศร้อนจัด!...

อากาศร้อนจัด! หนุ่มนอนดับข้างทาง เผยประวัติชอบดื่มเหล้า

26.04.24 | 16:47 น.

อากาศร้อนจัด! หนุ่มนอนดับข้างทาง เผยประวัติชอบดื่มเหล้า

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชัยภูมิ สภาพอากาศในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ยังคงร้อนจัดสูงต่อเนื่อง วันนี้สูงแตะ 43 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิสว่างคุณธรรม จุดอำเภอบ้านแท่น ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 52 ปี ไม่ทราบสาเหตุ ที่บริเวณเส้นทางไปทุ่งนาในหมู่บ้านสะเดา หมู่ 9 ต.บ้านเต่า อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ จึงได้แจ้งประสานพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแท่น พร้อมแพทย์เวรจากโรงพยาบาล (รพ.) บ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ร่วมเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบเป็นถนนลูกรังเส้นทางไปทุ่งนาใกล้กับกอไผ่ พบศพชายไทยนอนเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายบุญช่วย (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ชาวบ้านสะเดา หมู่ 9 ต.บ้านเต่า อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ มีชาวบ้านใกล้เคียงทราบข่าว เดินมาดูสภาพศพหลายสิบคน

จากการสอบถาม นายชลทิศ ผาดัม อายุ 50 ปี ชาวบ้านสะเดา หมู่ 9 ผู้พบศพ กล่าวว่า ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์มากับภรรยา เพื่อจะเดินทางไปยังนาของตนเอง ที่ลึกเข้าไปตามถนน จุดพบศพอีกประมาณ 1 กิโลเมตร แต่เมื่อขี่รถ จยย.มาถึงบริเวณดังกล่าวได้พบมีคนนอนคว่ำหน้าอยู่ข้างทางใกล้กับกอไผ่ จึงได้จอดรถลงไปดู จึงพบว่าไม่มีสัญญาณชีพจรแล้ว จึงรีบไปเรียกเพื่อนบ้านซึ่งเป็น ส.อบต.บ้านเต่า ให้ช่วยออกมาดู

Advertisement

เมื่อช่วยกันจับพลิกร่างหงายร่างดูพบว่าเสียชีวิตจริง จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยตรวจสอบ ซึ่งนายบุญช่วย ผู้เสียชีวิต ทุกเช้าจะเดินไปทุ่งนาของตัวเองทุกวันเป็นประจำ และมีประวัติชอบดื่มเหล้า ต้องดื่มทุกวัน ขาดไม่ได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเมาหนักในช่วงอากาศร้อนจัด ระหว่างเดินไปทุ่งนาตัวเองน่าจะเกิดอาการช็อกลมแดดล้มเสียชีวิตข้างทางดังกล่าว

ซึ่งด้านพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแท่น พร้อมแพทย์เวร รพ.บ้านแท่น ได้ร่วมชันสูตรพลิกศพยังที่เกิดเหตุ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยของการต่อสู้หรือถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด เบื้องต้นสันนิษฐานว่าด้วยสภาพอากาศที่ร้อนตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ที่ผ่านมา สูงกว่า 43 องศาเซลเซียส ขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังเดินไปนาของตนเอง เกิดอาการวูบจากความร้อนในร่างกายจากที่ดื่มเหล้ามากมาตั้งแต่เช้า เป็นเหตุทำให้ช็อกเสียชีวิต หรือที่เรียกว่าฮีตสโตรก ซึ่งทางญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต จึงได้ขอรับร่างผู้เสียชีวิตเพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป