หน้าแรก ภูมิภาค ร้อนจัดทำส่งอ...

ร้อนจัดทำส่งออกตุ๊กแกวูบ หายาก-พ่อค้าจีนกดราคา วอนรัฐช่วยเหลือด้วย

30.04.24 | 20:27 น.

นครพนม สูญรายได้หลาย 10 ล้าน อากาศร้อนจัด กระทบหมู่บ้านอาชีพปริศนา อ.นาหว้า ค้าตุ๊กแกส่งออกจีน หายาก ขยายพันธุ์ช้า ซ้ำร้าย เกิดปัญหาเข้มงวดส่งออกยากขึ้น หลังประกาศควบคุมโรคติดต่อทางสัตว์ นายทุนหายไม่รับซื้อ ราคาตกเกินครึ่ง วอนรัฐบาลช่วยเหลือ ยันค้าตุ๊กแกถูกต้องตามกฎหมาย ไม่กระทบสมดุลทางธรรมชาติ มีห้วงการล่าแค่ 3-4 เดือน

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้า ในช่วงฤดูแล้ง ของชาวบ้านตาล ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม ถือเป็นหมู่บ้านอาชีพแปลกที่เดียวในไทย ทำอาชีพปริศนาส่งออกไปจีน เชื่อว่านำไปปรุงเป็นยาชูกำลัง ซึ่งเปลี่อนสินค้าไปตามฤดูกาล เช่น จับปลิงแปรรูป ส่งออกในฤดูฝน แปรรูปไส้เดือนส่งออกในฤดูหนาว และจับตุ๊กแกแปรรูปส่งออกในฤดูร้อน เงินหมุนเวียนสะพัดในชุมชนปีละกว่า 100 ล้านบาท

โดยปีนี้ถือว่าอากาศร้อนจัด ได้ส่งผลกระทบต่ออาชีพล่าตุ๊กแกแปรรูปขาย เนื่องจากหายาก คาดว่ามาจากปัญหาระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลง ฝนตกน้อย กระทบห่วงโซ่อาหาร และปัญหาเรื่องการขยายพันธุ์ช้า รวมถึงไม่ออกมาหาอาหาร ทำให้หายาก นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากขั้นตอนการส่งออก เนื่องจากหน่วยงานเกี่ยวข้องมีการเข้มงวดควบคุม การส่งออก ต้องมีการตรวจสอบอนุญาตผ่านขั้นตอนการผลิต ที่ปลอดจากโรคระบาดทางสัตว์ ทำให้นายทุนไม่รับซื้อ ทำให้ราคาตุ๊กแกตกต่ำ และยังมีประเทศคู่แข่งมีการผลิตส่งขายไปจีน ทำให้รับออเดอร์จากไทย น้อยลง

สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ที่ยึดอาชีพแปรรูปตุ๊กแกมานานเกือบ 20 ปี ระบุว่า ปีนี้หนักสุด เจอปัญหาทั้งสภาพอากาศร้อนจัด หาตุ๊กแกยาก เชื่อว่าเกิดจากการขยายพันธุ์ช้า แต่ยืนยันว่าการล่าไม่กระทบกับวงจรชีวิต ไม่สูญพันธุ์ ส่วนใหญ่เป็นตุ๊กแกตามบ้านเรือน ไม่ใช่ตุ๊กแกป่าที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยจะรับซื้อจากนักล่า ทั่วอีสาน ทุกปีในช่วงฤดูร้อน ประมาณ 3-4 เดือน จากนั้นจะพักการจับมาแปรรูป เพื่อให้มีการขยายพันธุ์อีก 8 เดือน ยืนยันว่าไม่สูญพันธุ์ แต่สภาพอากาศ รวมถึงระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงจึงหายากมาขึ้น ซ้ำร้ายล่าสุดมีปัญหาเกี่ยวกับขบวนการส่งออกจากประเทศไทยไปจีน มีการเข้มงวดมากขึ้น ทำให้นายทุนรับซื้อน้อยลง ราคาตก เพราะไม่มีคนซื้อ อีกทั้งมีคู่แข่งจากประเทศอื่น ทำให้ส่งออกขายยากมากขึ้น

Advertisement

ทั้งนี้ ชาวบ้านวอนรัฐบาลไทยรวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้อง มาดูแลช่วยแก้ไขปัญหา เพราะเป็นอาชีพแปลกที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนมานานหลาย 10 ปี มีเงินหมุนเวียนสะพัด แต่มานี้เจอปัญหาหนัก บางรายต้องไปทำอาชีพอื่น ขายแรงงานต่างจังหวัด

นายจินดา วงษ์เนาว์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านอาชีพแปรรูปตุ๊กแกส่งออก เปิดเผยว่า ปีนี้ประสบปัญหาหนัก ทั้งอากาศร้อนหาตุ๊กแกยาก เชื่อว่ากระทบการขยายพันธุ์ ฝนตกน้อยมีผลต่อระบบนิเวศ ตุ๊กแกไม่มีแมลงกิน ปีนี้ราคาตกต่ำมาก รายได้หายเกินครึ่ง จากปกติตุ๊กแกสดซื้อราคา ตัวละประมาณ 50-80 บาท ปีนี้รับซื้อแค่ประมาณตัวละ 20-30 บาท โดยนำมาชำแหละเอาเครื่องในออก ก่อนนำไปขึงใส่ไม้แบบตากแห้ง ตามแบบภูมิปัญยาชาวบ้าน ปกติส่งขายตัวละ 100-150 บาท มาปีนี้ขายได้ตัวละ 50-60 บาท จากเคยมีรายได้ปีละ 4-5 แสนบาทต่อครอบครัว ปีนี้รายได้หายเกินครึ่ง บางรายต้องเลิกทำ หันไปรับจ้างต่างจังหวัด แต่ตนไม่อยากไปทำงานต่างถิ่น จึงต้องรับจ้างแปรรูตุ๊กแก ได้ค่าจ้างตัวละประมาณ 4-5 บาทเท่านั้น จากนายทุน

นางนุจรินทร์ โคตรบิน อายุ 53 ปี เปิดเผยว่า จากปกติในช่วงฤดูร้อนตนจะมีรายได้จากการแปรรูปตุ๊กแกส่งออกไปจีน ปีละหลายแสนบาท ปีนี้ต้องเลิกทำ เพราะนายทุนเคยติดต่อค้าขายกันไม่รับซื้อ อีกทั้งมีราคาตกต่ำเกินครึ่ง จึงไม่คุ้มค่าแรงงาน จึงหันไปทำอาชีพอื่น รอการแปรรูปไส้เดือนช่วงฤดูหนาว อยากให้รัฐบาล หน่วยงานเกี่ยวข้อง มาดูแลช่วยเหลือ เกี่ยวกับขบวนการส่งออกที่ติดขัด มีการควบคุมมากขึ้น ทั้งที่ทำมาเป็นอาชีพสร้างรายได้ชุมชน มานานเกือบ 20 ปี แต่ต้องมีปัญหา อยากให้เห็นใจชาวบ้านที่เคยมีรายได้หมุนเวียนสะพัดในหมู่บ้านปีละหลาย 10 ล้านบาท ต้องสูญรายได้ไป ฝากรัฐบาลช่วยเหลื่อ เพราะเป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมายควรให้การสนับสนุน