แรงงานภาคเหนือ แห่กฐินปัญหาบุกศาลากลางเชียงใหม่ ยื่น 29 ข้อเรียกร้อง ถึงนายกฯ ทวงสิทธิสวัสดิการ
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ จัดกิจกรรมขบวนแห่กฐินปัญหาของผู้ใช้แรงงาน เนื่องในวันแรงงานสากล และนำข้อเรียกร้องวันแรงงานสากล ยื่นถึงนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
โดยกลุ่มผู้ใช้แรงงานได้ถือต้นกฐินที่รวบรวมปัญหาและข้อเสนอจากผู้ใช้แรงานที่เขียนลงในกระดาษ พร้อมถือหุ่นจำลองซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ใช้แรงงานที่ไม่สามารถหยุดงานในวันนี้ได้ร่วมในขบวน เพื่อแสดงสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิ และสวัสดิการของผู้ใช้แรงงาน ที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม มุ่งหน้ามายังหน้าอาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนางสาวอัคณา เตชะโกเมนท์ แรงงานจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมตัวแทนจากส่วนราชการในนสังกัดกระทรวงแรงงาน รวม 7 หน่วยงาน เป็นตัวแทนรับหนังสือข้อเรียกร้องจากเครือข่ายผู้ใช้แรงงานภาคเหนือ

ขณะที่กลุ่มแรงงานได้หมุนเวียนกันขึ้นมาสะท้อนปัญหาและนำเสนอข้อเรียกร้อง โดยหนึ่งในตัวแทนของผู้ใช้
แรงงานที่ทำงานเป็นแม่บ้าน เปิดเผยว่า เธอทำงานเป็นแม่บ้านและกินอยู่กับนายจ้างแทบไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว เพราะต้องทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงดึก จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ จึงอยากเรียกร้องให้มีการกำหนดเวลาทำงานให้ชัดเจน รวมทั้งให้แม่บ้านได้เข้าสู่ระบบประกันสังคม เพื่อได้รับสวัสดิการเท่าเทียมกับอาชีพอื่นๆ โดยเฉพาะเวลาเจ็บป่วย
ส่วนแรงงานสตรีในภาคบริการ บอกว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มผ้าอนามัย และต้องจัดให้มีการแจกผ้าอนามัยและแจกผ้าอนามัยให้ฟรี ให้ผู้ใช้แรงงานสตรีเข้าถึงสวัสดิการเพื่อแก้ปัญหาความจนประจำเดือนที่ส่งผลเสียอย่างอื่นตามมา และยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี เพื่อยกเลิกการตีตราและกดทับพนักงานบริการทางเพศ

สำหรับข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงาน เนื่องในวันแรงงานสากล มีทั้งหมด 29 ข้อ ประเด็นหลัก คือ เรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ 700 บาทต่อวัน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ โดยเฉพาะแรงงานในภาคการท่องเที่ยว, ส่งเสริมการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงาน, กำหนดเวลาทำงานพื้นฐาน 4 วัน หรือ 32 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป, รัฐบาล รัฐสภา คณะกรรมการประกันสังคม ต้องกำหนดให้แรงงานทุกระดับเข้าสู่ระบบประกันสังคม โดยไม่แบ่งแยกอาชีพ สภาพการจ้างงาน และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ และเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ เช่น เงินอุดหนุนบุตร ค่าคลอดบุตร บำนาญ ประกันการว่างงาน ค่ารักษาพยาบาล และอัตราสมทบของผู้มีรายได้เกินกว่า 15,000 บาท

รัฐบาลต้องให้ความคุ้มครองด้านแรงงานแก่แรงงานทุกกลุ่มโดยไม่แบ่งแยกและเลือกปฏิบัติ, ขอให้รัฐบาล รัฐสภา พิจารณา พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ในขณะนี้ ให้กำหนดให้มีวันลาคลอดไม่ต่ำกว่า 180 วัน โดยสามารถลาได้ทั้งพ่อและแม่ และกำหนดให้มีโควต้าวันลาเฉพาะพ่อเท่านั้นเพิ่มอีก 30 วัน เพื่อกระตุ้นให้พ่อใช้วันลาคลอดมากขึ้น, รัฐบาลต้องบังคับใช้กฏหมายแรงงานที่มีอยู่แล้วอย่างเคร่งครัด เพราะแรงงานจำนวนมากยังต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฏหมายกำหนด และยังต้องทำงานเกินชั่วโมงการทำงานโดยไม่ได้รับค่าล่วงเวลา
จากนั้น นางสาวปสุตา ชื้นขจร กองเลขาเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ได้เป็นตัวแทนหนังสือข้อเรียกร้อง ผ่านนางสาวอัคณา เตชะโกเมนท์ แรงงานจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมนำต้นกฐินปัญหาแรงงานส่งต่อให้ผู้แทนของหน่วยงานรายการสังกัดกระทรวงแรงงาน โดยนางสาวอัคณา ระบุว่า จะนำหนังสือข้อเรียกร้องของเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ส่งต่อให้รัฐบาล และผู้บริหารกระทรวงแรงงาน เพื่อพิจารณาและหาแนวทางช่วยเหลือ โดยประเด็นใดที่รัฐบาลและกระทรวงแรงงานรับไปดำเนินการ จะทำหนังสือตอบกลับไปยังเครือข่ายให้ทราบอีกครั้ง


