ลูกชายป่วยจิต น้อยใจแม่ไม่ให้ไปทำงานกรุงเทพฯ คว้ามีดพร้าไล่ฟัน ตัดต้นมะขามปิดถนนประท้วง
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 1 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ขณะที่ ร.ต.ท.ทรงอภิรัชต์ แสงสี รอง สวป.สภ.ย่อยโนนสูง อ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.อุดรธานี ว่า มีเหตุลูกชายวัย 42 ปี ป่วยจิตเวช เมาเหล้าขาว มีอาการคลุ้มคลั่งอาละวาด ใช้มีดพร้าไล่ทำร้ายแม่ วิ่งหนีตายไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่ร้านค้า และนายเอกพล วรรณพงษ์ ผญบ. ม.6 บ.ผ่านศึก 3 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่อยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร

โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้มีดพร้าตัดต้นมะขาม ต้นกล้วยจนด้ามมีดหัก และนำออกมาวางขวางถนนหน้าบ้านตัวเอง พร้อมกับนำยางรถยนต์ และไม้ไผ่ยาวประมาณ 6 เมตร ออกมาวางขวางถนนกลางหมู่บ้านไว้ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถขับขี่รถสัญจรผ่านไปมาได้ เพราะหวาดกลัวจะได้รับอันตราย เพราะผู้ก่อเหตุถือท่อนไม้ยาวประมาณ 1 เมตร ไว้ในมือ ทราบชื่อภายหลัง คือ นายจรัญ (สงวนนามสกุล) หรือลาย อายุ 42 ปี จึงนำกำลังรุดออกไปควบคุมตัวไปรักษาอาการป่วยจิตเวชที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี ตามความประสงค์ของผู้เป็นแม่

จากการตรวจสอบคาดว่านายลาย ผู้เป็นลูกชายไม่ยอมกินยารักษาอาการต่อเนื่อง เพราะยารักษาอาการจิตเวชที่แม่พาไปขอที่โรงพยาบาล ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมายังอยู่ครบทุกเม็ด แถมช่วงสายวันนี้ นายลายยังไปซื้อเหล้าขาวที่ร้านค้าในหมู่บ้าน ไปดื่มกับคนในหมู่บ้านที่กระท่อม จนมีอาการกำเริบ โดยภาพกล้องวงจรปิดในร้านค้าบันทึกภาพนายลายขณะเข้าไปซื้อของในร้าน ก่อนนายลายจะไปดื่มเหล้ากับคนในหมู่บ้านจนเมาแล้วกลับมาอาละวาดใส่แม่ที่บ้าน

ที่เกิดเหตุพบนายลาย ยืนถือไม้ร้องเอะอะโวยวายในลักษณะน้อยใจอะไรบางอย่าง เมื่อเห็นตำรวจขับรถยนต์ตราโล่เปิดไซเรนมา นายลายได้วางท่อนไม้ลง และขนสิ่งกีดขวางถนน ที่ตัวเองนำมาวางขวางไว้ออกไปข้างทาง คล้ายกับการตั้งด่านตรวจรถที่สัญจรผ่านไปมา ตำรวจจึงได้เข้าไปพูดจาเกลี้ยกล่อม และสอบถามถึงเหตุจูงใจในการที่ทำแบบนี้ เพราะสร้างความเดือดร้อนและความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมา ซึ่งนายลายก็ยอมรับผิด และบอกว่าน้อยใจแม่ที่ไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ และยอมขึ้นรถตราโล่ไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี โดยมีผู้ใหญ่บ้านขึ้นรถไปด้วย

นายลายกล่าวด้วยอาการน้อยใจแม่ทั้งน้ำตาว่า ที่ทำลงไปเพราะอยากประท้วงแม่และพ่อเลี้ยง ที่ไม่ทำตามสัญญาว่า จะให้เงินฌาปนกิจศพน้า จำนวน 1 หมื่นบาท เพื่อซื้อรถจักรยานยนต์คันเล็กๆ ไว้ขี่ไปทำงาน แต่เปลี่ยนใจจะเดินทางไปทำงานเป็น รปภ. กับนายจ้างเก่าที่กรุงเทพฯ เพราะแม่กับพ่อเลี้ยงสัญญาว่าจะให้เงินตน 7 พันบาท ไม่ใช่ 1 หมื่นบาท จึงเกิดความน้อยใจไปกินเหล้าจนเมา และกลับมาประท้วงความยุติธรรมจากแม่และพ่อเลี้ยงที่ไม่ทำตามสัญญา ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องผู้หญิง เพราะตนอยากอยู่คนเดียวมากกว่า
“เพราะที่ผ่านมาเมียและลูกก็ทิ้งตนไป ก่อนตนจะหาเงินค่าสินสอดแต่งเมียใหม่มาถึง 2 ครั้ง แต่ก็แยกทางกันไปอีกทั้ง 2 คน และไม่ได้ใช้มีดพร้าไล่ฟันแม่เลย เพียงแต่ใช้มีดพร้าของเพื่อนที่ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาส่งบ้าน ลงมาฟันต้นมะขาม ต้นกล้วย ที่อยู่หน้าบ้าน เพื่อประท้วงแม่เท่านั้น เพราะแม่ดุด่าตนว่าไปกินเหล้าเมา หลังจากนี้ตนอยากไปอยู่กับญาติที่ จ.กำแพงเพชร” นายลายกล่าว

นางสุไล (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี แม่นายลาย กล่าวว่า ลูกชายป่วยจิตเวชมาตั้งแต่อายุ 17 ปี จากกินน้ำกระท่อม และเสพยาบ้า แต่อาการไม่หนักทำงานได้เหมือนคนทั่วไป และเข้ารักษาอาการ และไปเอายามากินตลอด เคยอาละวาดบ้าง แต่ก็ไม่รุนแรงเหมือนครั้งนี้ และปัจจุบันเชื่อว่าลูกไม่ได้เสพยาบ้าแล้ว แต่กลับหันไปกินเหล้าขาวแทน จึงมีอาการกำเริบ และไม่กินยาต่อเนื่องตามหมอสั่งมา 4 เดือนแล้ว วันนี้ไปกินเหล้ากับคนในบ้านที่กระท่อมนามา ก็ถือมีดพร้าของคนที่ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง มาไล่ฟันตนที่บ้าน

“ตนกลัวลูกจะทำร้าย ได้วิ่งหนีตายมาขอความช่วยเหลือชาวบ้าน และผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยโทรแจ้งตำรวจมาควบคุมตัวลูกชายไปรักษา เมื่อลูกใช้มีดฟันตนไม่ได้ ก็หันไปฟันต้นมะขาม ต้นกล้วย และนำไปขวางถนนเอาไว้ สาเหตุเกิดจากความเครียด และน้อยใจแม่ที่ไม่ยอมให้เงินฌาปนกิจน้องสาวที่เสียชีวิต โดยจะได้เงินในวันพรุ่งนี้ ตนสัญญาว่าจะให้เงิน 1 หมื่นบาทและซื้อรถจักรยานยนต์ให้ขี่ เพื่อไม่ให้เขาเดินทางไปทำงาน รปภ.ที่กรุงเทพฯ เพราะเขาป่วยจิตเวช กลัวว่าจะไปสร้างความเดือดร้อนกับคนอื่น แต่ก็มาอาละวาดไล่ฟันแม่ และฟันต้นไม้ปิดถนนเสียก่อน” นางสุไลกล่าว

