หน้าแรก ภูมิภาค มองไม่แฟร์ ปร...

มองไม่แฟร์ ประมงพื้นบ้านสงขลายื่นร้องนายกฯ เลิกใช้ ม.34 ในพรก.การประมง

18.01.16 | 12:10 น.

(18 ม.ค.59) ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาเวลา 10.00 น.เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดสงขลา กว่า 200 คน เข้ายื่นหนังสือ ขอให้ยกเลิกมาตรา 34 ของพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มีตัวแทนชาวประมงพื้นบ้านในทุกอำเภอที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งและมีการทำประมงพื้นบ้าน ทั้ง ระโนด สทิงพระ กระแสสินธุ์ สิงหนคร เมือง จะนะ และเทพา เข้าร่วม โดยการยื่นหนังสือในครั้งนี้ เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านทั้ง 22 จังหวัดทั่วประเทศ ในนามสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือพร้อมกันทุกจังหวัด นำโดยนายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย นายเจริญ ทองมา นายกสมาคมพื้นบ้านชายฝั่งอ่าวไทยอำเภอสทิงพระ เข้าร่วม โดยนายรุ่งโรจน์ และสูบ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลารับมอบหนังสือ และรับปากที่จะนำหนังสือส่งต่อไปยังนายกรัฐมนตรี ภายใน 2 วัน

นายเจริญ กล่าวว่าผลกระทบที่เกิดขึ้น หากทำประมงในระยะเพียง 3 ไมล์ทะเล จะทำให้มีการแย่งชิงทรัพยากร ที่มีอยู่ไม่มาก โดยชาวประมงส่วนใหญ่จะถูกจำกัดพื้นที่ ในขณะที่พื้นที่ประมงส่วนใหญ่กลับถูกจัดสรรให้กับชาวประมงพานิชย์ ซึ่งไม่น้อยที่มีการใช้เครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง

รายงานระบุ เนื้อหาในหนังสือที่ยื่นอ้างเหตุผลว่าชาวประมงพื้นบ้านให้เหตุผลว่า พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มีบทกำหนดตามมาตรา 34 “ห้ามชาวประมงพื้นบ้านออกไปทำการประมงในเขตทะเล นอกชายฝั่ง” สร้างผลกระทบความเดือดร้อนและเป็นการจำกัดสิทธิของชาวประมงขนาดเล็กของประเทศไทย (เรือประมงขนาดระวางต่ำกว่า 10 ตันกรอส) ซึ่งมีจำนวนมากกว่าร้อยละ 80 ของชาวประมง ทั้งหมด ไม่สามารถออกทำการประมงได้ตามปกติ ทั้งที่การทำการประมงขนาดเล็กในเขตนอกทะเล ชายฝั่ง เป็นการประมงที่ไม่ได้ทำละเมิดต่อบุคคลอื่น ๆ ไม่ได้มีผลกระทบต่อทรัพยากรส่วนรวมของประเทศ มิหนำซ้ำยังเป็นผู้ผลิต สินค้าประมง ชั้นดี แก่ประเทศอีกด้วย อีกทั้ง หากชาวประมงพื้นบ้านที่มีจำนวนกว่าร้อยละ 80 ของชาวประมงทะเลทั้งหมดถูกบังคับ ให้ทำการประมงได้เฉพาะที่แคบๆในชายฝั่งทะเล จะเกิดการแย่งชิงทรัพยากรสัตว์น้ำ สร้างความขัดแย้ง ระหว่างชาวประมงกันเอง ไม่เป็นผลดีต่อการประมงที่ยั่งยืนและที่สำคัญเป็นมาตรการที่ไม่เป็นธรรม อย่างยิ่งต่อชาวประมงพื้นบ้านรายย่อย ที่ถูกจำกัดพื้นที่ทำประมงเหลือน้อยมาก ในขณะที่ให้สิทธิ ชาวประมงพาณิชย์ (ซึ่งมีประชากรที่ได้ประโยชน์น้อย) เป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้ทำการประมงด้วยตนเอง แต่ได้สิทธิทำการประมงในพื้นที่ตั้งแต่ 3 ไมล์ทะเล ไปจนสุดเขตเศรษฐกิจจำเพาะ​ (ประมาณ 200 ไมล์ทะเล)หรือสิทธิทำการประมงของประเทศ แล้วแต่เขตใดจะไกลกว่า จึงขอเสนอให้รัฐบาล ได้พิจารณา ยกเลิกมาตร34 ของพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 เพื่ออนุญาตให้ชาวประมงพื้นบ้านเรือประมงขนาดเล็กของ ประเทศไทย สามารถออกทำการประมงได้ในเขตทะลนอกชายฝั่งได้เช่นเดิม

ด้านนายก่อเกียรติ กูลแก้ว ประมงจังหวัดสงขลา กล่าวว่าทางกรมประมงได้ส่งหนังสือ ให้สำนักงานประมงจังหวัดเชิญภาคีเครือข่ายชาวประมงทุกภาคส่วนเข้าร่วมประชุมเพื่อทำความเข้าใจใน พระราชกำหนดฉบับนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม ทั้งนี้ การกำหนดเขตการทำประมงนั้น แต่ละจังหวัดสามารถกำหนดเขตแบ่งโซนการทำประมงร่วมกันได้ สำหรับชาวประมงพื้นบ้านนั้น เบื้องต้นกำหนดเขตทำการประมงระหว่าง 3-12 ไมล์ทะเล ซึ่งในการประชุมร่วมกันก็จะได้มีการกำหนดเขต แบ่งโซนกับประมงพานิชย์ เพื่อให้มีความชัดเจน และมีความเข้าใจตรงกัน หากตัวแทนชาวประมงมายื่นหนังสือก็พร้อมที่จะชี้แจง ทำความเข้าใจ ให้รับทราบในข้อกฎหมายที่กำหนด