หน้าแรก ภูมิภาค แม่ฮีโร่เหตุบ...

แม่ฮีโร่เหตุบึ้มระยองยังทำใจไม่ได้ ลูกเป็นเสาหลัก ส่งเงินช่วยสร้างบ้าน เตรียมบำเพ็ญกุศล เชียงราย

11.05.24 | 09:40 น.

แม่ฮีโร่เหตุบึ้มระยองยังทำใจไม่ได้ ลูกเป็นเสาหลัก ส่งเงินช่วยสร้างบ้าน เตรียมบำเพ็ญกุศล เชียงราย

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ถังบรรจุสารไพโรไลสิส แก๊สโซลีน ของ บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ถ.ไอแปด ท่าเรือมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 9 พฤษถาคมที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายนพพร เรือนมา อายุ 35 ปี ชาวจ.เชียงราย

ล่าสุดที่วัดปูแกง ม.1 ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย ทางญาติๆและชาวบ้านบ้านปูแกง ได้มาช่วยกันเตรียมสถานที่เพื่อจัดพิธีศพ โดยได้นำเต็นท์มากางที่หน้าศาลาอเนกประสงค์ พร้อมจัดเตรียมโลงเย็น และสถานที่สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา แต่ยังไม่ได้มีการกำหนดวันฌาปนกิจศพ โดยต้องรอศพของนายนพพร กลับมาถึงบ้านเกิดก่อนถึงจะมีการพุดคุยกำหนดวันอีกครั้งหนึ่ง

นางปั๋น เรือนมา อายุ 67 ปี มารดาผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ครอบครัวตนมีลูกเพียง 2 คน ซึ่งพี่ชายคนโต และนายนพพรที่เสียชีวิตเป็นลูกคนที่ 2 สมัยเด็กๆ หรือสมัยเรียนลูกชายก็ชอบช่วยเหลือคนอื่นเป็นประจำ เป็นคนขยันขันแข็งและประหยัดอดออม โดยได้ไปทำงานที่ระยอง เมื่อประมาณ 8-9 ปีก่อน ก่อนจะมาแต่งงานได้ประมาณ 5 ปี มีลูกชาย 1 คนปัจจุบันอายุเพียงแค่ 3 ขวบกว่าเท่านั้น วันเกิดเหตุตนไม่ทราบเรื่อง มีเพื่อนบ้านมาตามที่บ้าน บอกแต่มีเรื่องจะคุยด้วย เพราะกลัวตนเสียใจจนทำใจไม่ได้ พอไปที่มีผู้คนจำนวนมากถึงบอกว่าลูกชายของตนไปประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในที่ทำงานที่ จ.ระยองแล้ว

Advertisement

นางปั๋น กล่าวยอมรับว่าตอนได้ยินข่าวทีแรกตนแทบจะช็อก ทำใจไม่ได้ ไม่คาดคิดว่าลูกคนเล็กจะจากไปเร็ว ทำใจไม่ได้ คิดถึงลูกทีไรน้ำตาก็จะไหล โดยบุตรชายถือเป็นเสาหลักของครอบครัว โดยจะดูแลและส่งเงินให้กับทั้งทางบ้านพ่อแม่ และทางครอบครัวของภรรยาใช้ ช่วยเหลือพ่อแม่สร้างบ้านใหม่ และซื้อบ้านของตนเองที่ จ.ระยอง การจากไปของลูกถือเป็นสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว

ด้านนางศรีวรรณ ราชคม อายุ 54 ปี แม่ยายของผู้ตาย กล่าวว่า ลูกเขยเป็นคนดี ดูแลพ่อแม่ทั้ง 2 บ้านอย่างดีตลอด ถ้าดวงวิญญาณลูกเขยรับรู้ก็อยากจะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงอะไร หลานชายคนเล็กที่บ้านพวกตนก็จะดูแลให้อย่างดี เรื่องหนี้สินบ้านที่ระยอง หลังเสร็จงานศพถ้ามีเงินเหลือก็จะไปจัดการให้

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางครอบครัวนำโดยพี่ชายและภรรยาของนายนพพร ได้เดินทางไปรับศพของนายนพพรที่โรงพยาบาล จ.ระยองเพื่อนำร่างอันไร้วิญญาณกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดที่ จ.เชียงราย แต่มีรายงานว่าภายหลังจากได้รับศพออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว ระหว่างเดินทางกลับทางตำรวจได้ขอระงับการนำร่างกลับ จ.เชียงราย โดยจะขอชันสูตรพลิกศพเพิ่มเติมทำให้ทางญาติต้องนำศพกลับไปส่งให้กับตำรวจ เพื่อชันสูตรเพิ่มก่อนถึงจะนำร่างกลับมาบำเพ็ญตามประเพณีได้ ซึ่งยังไม่ได้กำหนดว่าจะสามารถรับร่างกลับมาได้เมื่อไหร่