รันทด! แม่เลี้ยงเดี่ยวรับจ้างรายวันเงินไม่พอใช้ ต้องเก็บอาหารหมดอายุร้านสะดวกซื้อให้ลูกประทังชีวิต เคราะห์ซ้ำคนโตเป็นมะเร็งสมอง ไร้เงินรักษาหมอบอกอยู่ได้ไม่ถึงปี วอนผู้ใจบุญช่วย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 25 ม.6 ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ไปพบกับครอบครัวของ นางสายฝน พึ่งสิน อายุ 45 ปี และลูกอีก 3 คนคือ ด.ช.ใจเพชร อายุ 13 ปี น้องพีท นักเรียนชั้น ป.6 ด.ญ.กาญจนา อายุ 11 ปี น้องกาน นักเรียนชั้น ป.5 และด.ญ.มยุรา อายุ 10 ปี น้องกิ่ง นักเรียนชั้น ป.4โดยทั้งหมดเรียนอยู่โรงเรียนบ้านเขาน้ำเพชร ห่างจากบ้านเพียง 1 กิโลเมตร เดินไปเรียนทุกวันเพราะไม่มียานพาหนะ

นางสายฝน ผู้เป็นแม่ได้เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า ตนเองเลี้ยงลูกทั้ง 3 โดยลำพังเพราะสามีได้ทิ้งตนและลูกไปตั้งแต่ยังเล็ก ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไปรับจ้างขุดมัน เก็บมันท้ายไร่ มีรายได้วันละ 300 บาท ใครจ้างให้ไปทำอะไรก็ไป หากวันไหนไม่มีใครจ้างก็ไม่มีเงินให้ลูกกิน โดยจะให้เงินลูกไปโรงเรียนคนละ 10 บาทเท่านั้น จากเงินที่เหลือที่ไปรับจ้างก็นำมาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน วันไหนไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียนก็อดมื้อกินมื้อ ลูกทั้ง 3 ก็หยุดเรียนไปช่วยแม่เก็บมันสำปะหลังและรับจ้างบ่อยครั้ง
นางสายฝน ยังเล่าอีกว่า วันไหนไม่มีงานรับจ้าง ก็ไม่มีเงินซื้อข้าวให้ลูกกิน ตนเคยไปรอเก็บอาหารหมดอายุตามร้านสะดวกชื้อและร้านอาหารตามสั่งที่คนกินเหลือ ขอนำมาให้ลูกกินเพื่อประทังชีวิตแม้ตนอดก็ยอม เพราะยากจนเหลือเกิน บ้านที่อยู่ก็ได้ความเมตตาจาก นางนิตยา พูลสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ้านเขาน้ำเพชร บริจาคที่ดินและประสานทางอำเภอขอบ้านโครงการหลวง มาสร้างให้อยู่อาศัยหลายปีแล้ว และที่เป็นทุกข์อยู่ทุกวันนี้คือ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาลูกชายคนโต น้องพีท อยู่ๆมีอาการมือและเท้าชาไปครึ่งซีก และมีอาการปวดหัว ซึ่งก็เดินลากเท้าจนเป็นแผล ตนเลยพาไปหาหมอที่ รพ.กำแพงเพชร ซึ่งหมอให้นอนพักดูอาการ 2 วัน และให้น้ำเกลือปรากฏว่าหัวด้านขวาของลูกบวมขึ้น

หมอจึงให้เข้าห้องผ่าตัดในวันที่ 5 มกราคม 67 ที่ผ่านมาทันที ซึ่ง หลังจากผ่าตัดก็พบก้อนเนื้อใหญ่ขนาด 5 ซม. และวันที่ 23 เม.ย.67 หมอนัดไปฟังผลก็พบว่าเป็น มะเร็งเนื้อร้ายในสมอง หากไม่รักษาก็จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงปี หมอจึงส่งตัวให้ไปรักษาในสัปดาห์หน้าที่ รพ.จุฬาฯ กรุงเทพฯ (วันที่ 22 พ.ค.67) ทำให้ตนเองทุกข์ใจหนักกว่าเดิม กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่มีเงินพาลูกไปรักษาทั้งค่าเดินทางและค่ากินต่างๆปัจจุบันก็ลำบากแย่แล้ว จึงตัดสินใจที่จะปล่อยให้ลูกนั้นเป็นไปตามวิบากกรรม หมดหนทางนอนร้องไห้ทุกคืน และในช่วงนี้อากาศร้อนลูกก็จะปวดหัวหนัก และเวลาพูดกับทุกคน ก็จะขี้หลงขี้ลืมในเรื่องที่พูดไป
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปเกาะติดดูชีวิตของครอบครัว นางสายฝน โดยวันนี้ก็ได้พาลูกทั้ง 3 คนไปเก็บมันสำปะหลังท้ายไร่ รับจ้างหาเงินมาประทังชีวิตวันต่อวัน โดยได้กลับมากินข้าวที่บ้านตอนกลางวัน พบสภาพห้องครัวทำกินดูไม่คุ้มฟ้าคุ้มฝน ซึ่งเมนูอาหารที่ทำให้ลูกกินวันนี้ก็ไปเก็บผลมะละกอข้างบ้านนำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆและผัดใส่น้ำปลากินกับข้าวเปล่า บางวันก็กินข้าวขยำน้ำปลา โดยทีมข่าวได้เข้าไปดูบริเวณห้องน้ำเก่าที่ใช้ทำภารกิจส่วนตัวก่อนที่จะมีบ้านหลวงอยู่อาศัย พบว่ามีสภาพเพียงแค่แผ่นสังกะสีปิดไว้เพียงแผ่นเดียวเท่านั้น

โดยนางสายฝน ได้นำเอกสารส่งตัวและตัวอย่างชิ้นเนื้อที่ผ่าตัดออกมาจากหัวของลูกชายให้ดู เพื่อเตรียมนำไปให้หมอที่โรงพยาบาลจุฬากรุงเทพมหานครสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ยังไม่รู้ว่าจะได้ไปหรือไม่ โดยช่วงที่ไปหาหมอในจังหวัด ก็อาศัยเงินจากเพื่อนบ้านหยิบยื่นให้และขับรถไปส่งบ้าง ยิ่งลูกมาป่วยแบบนี้ก็ทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง ตนจะทำทุกวิถีทางให้ลูกมีชีวิตอยู่ แม้ว่าจะไม่สมประกอบก็ตาม วันนี้ตนอยากจะขอวอนหน่วยงานและความเมตตาจากผู้ใจบุญในสังคม ช่วยเมตตาตนบ้างสักครั้ง ให้มีเงินค่ารถค่าอาหารพาลูกตนได้ไปรักษาและมีหวังที่จะหายจากโรคร้ายครั้งนี้
สำหรับผู้มีจิตศรัทธาเมตตาอยากช่วยครอบครัวของ “นางสายฝน” และลูก 3 คน ที่หนึ่งในนั้นเป็นมะเร็งสมอง สามารถร่วมบริจาคเงินได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย เลขบัญชี 015-3-49799-0 ชื่อบัญชี “นางสายฝน พึ่งสิน” ซึ่งจะมีผู้นำหมู่บ้านและหน่วยงานท้องถิ่นให้ช่วยดูแลจัดการเงินบริจาคให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และจะรายงานความคืบหน้าการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

นางสายฝน พึ่งสิน อายุ 45 ปี เล่าว่า ด้วยอาการโรคร้ายในสมองของลูก ตนก็ไม่รู้จะไปกู้เงินที่ไหนมารักษาลูก เพราะไม่มีใครจะให้เราอย่างแน่นอน แม้จะส่งตัวไปรักษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ตนก็ไม่มีเงินค่าเดินทางและค่ากินพาลูกไปอย่างแน่นอน หมอบอกว่าหากรักษาก็มีโอกาสหาย แต่หากไม่รักษาก็อยู่ได้ไม่ถึง 1 ปี ซึ่งอาการโรคมะเร็งสมองเป็นขั้นแรกเท่านั้น บางครั้งไปหาเก็บอาหารหมดอายุจากร้านสะดวกซื้อมาให้ลูกและตนกินประทังชีวิต เพราะไม่มีเงินซื้อข้าวสารและกับข้าวกิน เนื่องจากไม่มีคนจ้างไปขุดมัน รายได้ 300 บาท ก็ไม่พอเพียงกับ 4 ชีวิต และยิ่งลูกชายมาเจอโรคร้ายก็ทำให้ตนเองหมดหนทาง แม้กระทั่งที่อยู่อาศัยก็ได้บ้านหลวงของพระเจ้าอยู่หัวและที่ดินที่ผู้ใหญ่บ้านบริจาคให้อยู่อาศัย ตนจึงอยากวอนขอผู้เมตตาช่วยเหลือจากผู้ใจบุญให้มีเงินให้ลูกชายของตนไปรักษาตัวให้มีชีวิตอยู่รอดต่อไปครั้งนี้ด้วย ตนอธิษฐานทุกวันขอให้มีปาฏิหาริย์ให้ใครเข้ามาช่วยลูกของตนเองให้รอด


