หน้าแรก ภูมิภาค ครอบครัว 5 ชี...

ครอบครัว 5 ชีวิตรันทด ปิดรับบริจาค หลังลูกชาย 1 ขวบป่วยเนื้องอกในสมองดับ พ่อฝากขอบคุณทุกน้ำใจ จากนี้ขอลุยต่อ

13.05.24 | 00:02 น.

ครอบครัว 5 ชีวิตรันทดประกาศปิดรับบริจาค หลังลูกชาย 1 ขวบป่วยเนื้องอกในสมองดับ พ่อฝากขอบคุณทุกน้ำใจ จากนี้ขอลุยต่อ

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ได้รับการติดต่อจากนาย บุญหลาย เหิงขุนทศ อายุ 56 ปี หรือ ลุงเบิร์ด หัวหน้าครอบครัว 5 ชีวิตสุดรันทด ที่เคยเป็นข่าว แจ้งว่า น้องต้นกล้า อายุ 1 ขวบเศษ บุตรชายคนเล็กที่ป่วยเนื้องอกในสมองได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อวันที่ 11 พ.ค.67 วอนสื่อขอปิดรับบริจาคตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากน้องต้นกล้าได้เสียชีวิตลงแล้ว

เรื่องราวของครอบครัวสุดรันทด 5 ชีวิตนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ บ้านเลขที่15/26 ม.11 บ้านสี่แยกพัฒนา ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านพักของครอบครัวซึ่งไม่ใช่บ้านของตัวเอง เป็นบ้านเทศบาลตำบลปาดังเบซาร์จัดหาให้อยู่ เพื่อให้ครอบครัวได้มีที่อยู่อาศัย เป็นบ้านสังกะสีพออาศัยอยู่กันได้

อยู่ด้วยกัน 5 มีนายบุญหลาย เหิงขุนทศ อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว นางสาว ประกาพันธ์ อรัญพันธ์ ฟ้า อายุ 24 ปี ภรรยา ซึ่งป่วยจิตเวชและลมชัก นางบี่ อายุ 92 ปี แม่ ซึ่งพิการตาบอดทั้งสองข้าง ลูกสาวอายุ 3 ขวบ และลูกชายอายุ 1 ขวบ 3 เดือน ชื่อน้องต้นกล้า ซึ่งป่วยเป็นเนื้องอกในสมองนอนติดเตียงและอาการทรุกหนักลงทุกวันแทบจะนอนรอลมหายใจสุดท้าย

Advertisement

นายบุญหลาย หรือ พี่เบิร์ด บอกว่า ครอบครัวตนเดิมเป็นคนทางภาคอีสานแต่ได้ย้ายครอบครัวมาทำงานอยู่ที่ ต.ปาดังเบซาร์ หลายปีแล้ว ซึ่งแต่ก่อนพอมีกินมีใช้ เพราะตนสามารถออกไปทำงานรับจ้างข้างนอกได้ แต่พน้องต้นกล้าลูกชายคนเล็กล้มป่วยเป็นเนื้องอกในสมองช่วงต้นปี 67 ไม่สามารถออกไปทำงานข้างนอกได้ เพราะที่บ้านมีแต่คนป่วยและเด็กเล็ก ภรรยาป่วยจิตเวชและลมชัก ทำอะไรไม่ได้ แม่ตาบอด ลูกสาวคนโตอายุ 3 ขวบ ต้องอาศัยรับจ้างปะยางที่บ้านเป็นหลัก บางวันก็ได้บ้างไม่ได้บ้างไม่แน่นอน และทั้งลูกที่ป่วยและภรรยาต้องพาไปหาหมอตามแพทย์นัดที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ แต่ละวันแทบไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว บางครั้งไปขอข้าววัด บางทีชาวบ้านหรือคนรู้จักแวะมาเยี่ยมมาช่วยเหลือบ้างเป็นครั้งคราว แต่ไม่พอเป็นค่าใช้จ่ายและค่ากินอยู่ของครอบครัว

หลังจากที่ได้เป็นข่าวไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคม มีบรรดาผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายร่วมบริจาคทั้งเงินช่วยเหลือและของใช้ที่จำเป็นจนถึงเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 67 น้องต้นกล้า หรือ ดช. เนตรภาคิน ก็ได้จากไปอย่างสงบ

นายบุญหลาย กล่าวว่าตนเสียใจกับเหตุการณ์ที่น้องต้นกล้าได้จากไปแต่ถือว่าน้องต้นกล้าหมดเวรหมดกรรมได้จากไปอย่างสงบ ส่วนตนและครอบครัวขอเดินหน้าต่อจากนี้ไป จะหางานเสริมและขอปิดรับบริจาคตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ผ่านมาต้องขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ร่วมกันบริจาคเงินให้น้องต้นกล้าและครอบครัวของตนเองขอขอบคุณมากๆ