หน้าแรก ภูมิภาค พายุถล่ม ต้นไ...

พายุถล่ม ต้นไม้ล้มทับ 3 ขวบดับ ยายเผยหลานรอ ‘เป่าเค้ก’ พร้อมตา แต่ไม่ทันแล้ว

13.05.24 | 19:10 น.

สุดเศร้า พายุพัดกระหน่ำทำต้นไม้ล้มทับหนูน้อยวัย 3 ขวบเสียชีวิตคาที่ ยายเผยหลานรอเป่าเค้กวันเกิดพร้อมตา แต่ไม่ทันแล้ว

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคม ที่จังหวัดอุทัยธานี ได้เกิดพายุลมฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงขึ้นในหลายหมู่บ้าน ของพื้นที่ตำบลหนองกลางดง อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี นานกว่า 30 นาที สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนไปหลายหลังคาเรือน พร้อมทั้งยังมีผู้เสียชีวิตจากการเกิดแรงลมพายุฝนในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลหนองกลางดง อำเภอทัพทัน ซึ่งเป็นบ้านของ นางสาว เดชทอง อายุ 62 ปี หนึ่งในบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุพายุดังกล่าว ได้พัดต้นประดู่แฝดอายุกว่า 50 ปี ล้มทับลงมาใส่ตัวบ้านจนได้รับความเสียหาย รวมทั้งได้พรากชีวิตหลานสาววัย 3 ขวบ ไปพร้อมกันด้วย

โดย นางสาวเดชทอง ผู้เป็นยายของน้องชมพู หนูน้อยวัย 3 ขวบที่เสียชีวิต ได้เล่าให้ฟังว่า ตอนเกิดเหตุนั้น ได้มีพายุลมฝนโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงจนทำให้ต้นไม้ถอนรากถอนโคนล้มทับเพิงพักและตัวน้องชมพู จนเสียชีวิตคาที่

ส่วนตนเองได้รับบาดเจ็บที่แขนจากเศษไม้ที่กระเด็นมาโดน ซึ่งก่อนเกิดเหตุนั้น ตนเองกำลังป้อนหมี่ผัดให้หลานอยู่ ซึ่งไม่คาดคิดเลยว่าลมจะรุนแรงถึงขนาดนี้ จึงไม่ได้หนีขึ้นจากเพิงพัก และวันนี้ยังเป็นวันเกิดครบ 3 ขวบ น้องชมพูอีกด้วย ซึ่งหลานนั้นบอกกับตนว่า อยากเป่าเค้กวันเกิด ตนเองจึงเตรียมเค้กและไก่ทอดไว้ให้หลาน โดยบอกกับหลานว่า จะเป่าเค้กกันในตอนเย็นหลังจากที่ตากลับมาจากเลี้ยงควาย

Advertisement

ด้าน นายประสาร วิมลมุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกลางดง ได้ลงพื้นที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่ อบต. และชาวบ้าน ได้เข้ามาช่วยเหลือตัดต้นไม้ที่ล้มทับร่างของน้องชมพู โดยพบว่าน้องชมพูนั้น มีบาดแผลเล็กน้อยที่ช่วงหลัง แต่สาเหตุการเสียชีวิตนั้นเกิดจากคอหัก ซึ่งทางยายและญาติไม่ติดใจถึงสาเหตุการตาย จึงได้มอบศพน้องชมพู ให้นำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

ทั้งนี้ยังพบว่า แรงลมพายุครั้งนี้ ได้สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชน ตำบลหนองกลางดงไปทั้งหมด 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4, 9, 10 และ 15 มีบ้านเรือนเสียหายหลายสิบหลังคาเรือน โรงเรือนที่มีรถจอดอยู่พังเสียหาย 1 คัน และมีบ้านที่หลังคาปลิวว่อนเสียหายจนอยู่อาศัยไม่ได้อีกนับร้อยหลังคาเรือน รวมทั้งยังมีต้นไม้ใหญ่ล้มขวางถนนอีกหลายสาย ซึ่งทางส่วนราชการ และผู้นำในพื้นที่ ได้เร่งนำเจ้าหน้าที่ คนงาน และชาวบ้านจิตอาสา ระดมเลื่อนยนต์ตัดต้นไม้ที่ล้มขวางถนนจนใช้การได้ตามปกติ ส่วนบ้านเรือนจะได้ออกสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป