สุรินทร์-คืบหน้า..แชทหลุดเจ้าอาวาสซุกสีกา..ล่าสุดผอ.สำนักพุทธพร้อมคณะสงฆ์ลงตรวจสอบแชทฉาว..คาดคนในวงเป็นคนปล่อยแชทเอง
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม จากกรณีที่มีเพจ ‘อีซ้อขยี้ข่าว’ โพสต์ว่ามีเกจิดังจังหวัดสุรินทร์ซุกเมียแถมอยู่กินฉันท์สามีภรรยามานานนับ 10 ปี ชาวบ้านสุดเอือมระอาแต่ไม่กล้าร้องเรียน เพราะกลัวอิทธิพลของเจ้าอาวาสรูปนี้ หนำซ้ำยังไล่ขู่อ้างว่าจะทำของใส่คนที่เอาเรื่องไปร้องเรียนจนเป็นกระแสกระหึ่มในโลกโซเชียล โดยพระครูถาวร ผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า ไม่เคยทราบเรื่องที่มีเพจนำไปโพสต์มาก่อน เพราะไม่เล่นไลน์ ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าซุกสีกาไว้นานถึง 10 ปี และมีการเลี้ยงดูแบบผัวเมียตลอดจนการใช้เงินและทักแชทต่าง ๆ นานา นั้นไม่เป็นความจริง เป็นแชทปลอม พร้อมจะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 12.30 น. นายพศุตม์ ขอดเมชัย ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.สุรินทร์ ได้เดินทางมาพร้อมกับพระครูกิตติ ธรรมประสาธน์ เจ้าคณะตำบลระแงง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ พระครูสุทัศน จิตตานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดกลาง รองประธานกรรมการ พระครูมหาสุรเดช สุทธิเมธี เจ้าอาวาสวัดระแงง กรรมการ พระอธิการ พุทธธมุมธโร เจ้าอาวาสวัดปราสาท กรรมการ พระสมจิตร รัตนปัญโญ รองเจ้าคณะวัดป่าเทพ ประธานกรรมการ และพระเรืองชัย อนุตตโร เลขาเจ้าคณะตำบลระแงง กรรมการ และเลขานุการ เข้าร่วมสอบสวนที่มาที่ไปกรณีแชทที่หลุดออกสังคม โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ร่วมรับฟัง 100 กว่าคน


โดยคณะได้ทำการสอบสวน พระครูถาวร ธรรมวิจิตร นานร่วม 3 ชั่วโมง โดยได้นำประเด็นเรื่องเงินของวัด ซึ่งทางเจ้าอาวาสได้นำสมุดบัญชีของธนาคารนำมาชี้แจงต่อคณะสงฆ์และผอ.สำนักพุทธฯ โดยในบัญชีมีเงินอยู่จำนวน 2 แสนกว่าบาท และได้นำไปฝากไว้กับธนาคาร โดยที่ไม่มีการเบิกจ่ายเงินแต่อย่างใด หลังจากนั้นจึงได้สอบถามที่มาที่ไปของแชทที่หลุดออกไป ซึ่งเจ้าอาวาสบอกว่าแชทที่หลุดออกไปนั้น ตนเองยืนยันได้เลยว่าเป็นแชทปลอม และผู้ที่ถูกกล่าวหาได้เดินทางไปแจ้งความเอาไว้แล้ววันนี้ที่ สภ.ศีขรภูมิ พร้อมกับสืบหาคนที่ปล่อยแชทออกไปก่อนมีการแชร์ต่อๆกันไป ซึ่งตนเองก็ไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร

และในระหว่างที่พระครูถาวรได้ชี้แจงจบลง ได้มีพระลูกวัดรูปหนึ่งทราบชื่อคือ พระเทพพร อายุ 29 ปี ได้ยืนขึ้น และบอกเล่าเรื่องเป็นนิทาน ว่าที่ฉาวในคลิปที่ได้แชร์ออกไปปรากฏตามสื่อต่างๆนั้นตนเองคิดว่าน่าจะเป็นความจริง ที่ปรากฏเพราะบางครั้งตนเองยังเคยเห็นพระลูกวัดบางรูปได้มาบอกอาตมา และเห็นเจ้าอาวาสไม่ยอมหลับยอมนอน และพระลูกวัดก็ยังได้เข้าไปภายในห้องไปพบคลิปในการทักแชทกับสีกามาโดยตลอด แต่ไม่มีใครกล้าเปิดเผยเพราะกลัวเจ้าอาวาสจะดุด่าเอา
ส่วนในเรื่องของเงินวัดก็มีเหมือนกันในการใช้จ่ายไม่ยอมเปิดเผยต่อคณะกรรมการ ซึ่งตนเองกล้าพูดกล้าทำในสิ่งที่ตนพูดทั้งหมด ตนเองยอมตายถ้าความจริงทั้งหมดที่เปิดเผยในวันนี้ ขอให้ญาติโยมเตรียมรับฟังและรับเรื่องเอาไว้ด้วยถ้าหากอาตมาตายลงไป ทำเอาบรรดาชาวบ้านที่มาร่วมฟังการสอบสวนถึงกับอึ้ง ทำให้ที่ประชุมถึงกับสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น

โดยทางคณะสอบสวน ได้บอกว่าเรื่องทั้งหมดที่พระลูกวัดได้กล่าวหาว่าพระเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมตามที่กล่าวมานั้น อาจจะเป็นการกล่าวหาและทางสำนักพุทธศาสนาและตรวจสอบจะได้เข้าสอบสวนหาความจริงอีกครั้งถ้าหากว่าการกล่าวหานั้นมีพยานหลักฐาน ก็สามารถเอาผิดกับเจ้าอาวาสได้
จากการสอบถามชาวบ้าน บอกว่า เรื่องดังกล่าวชาวบ้านบางคนไม่เห็นด้วยกับการที่มีพระลูกวัดได้นำเรื่องนี้มาแฉและนำคลิปไปเปิดเผย ซึ่งที่มาที่ไปไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่
ขณะที่เวลานี้ชาวบ้านได้แบ่งกันเป็นสองพรรคสองฝ่ายและเริ่มมีความแตกแยกภายในวัดและชุมชน เพราะเรื่องดังกล่าวชาวบ้านคงจะรู้ดีว่าภายในวัด ยังมีอะไรที่จะต้องนำมาพูดคุยกัน ใครอยากจะเป็นเจ้าอาวาสและใครจะถอยให้ เพราะเรื่องดังกล่าวชาวบ้านต่างรู้ดีว่าได้มีพระลูกวัดบางรูป อยากจะขึ้นมาเป็นเจ้าอาวาสเอง และคงเป็นคนวงในที่เอาเรื่องไปแฉให้คนอื่นได้ดู แบบนี้จะอยู่กันอย่างไรชาวบ้านที่มากล่าว

