สลด! สามีใจสลาย หลังพบเมียเสียชีวิตหลังฟ้าผ่า วิ่งข้อความช่วยเหลือชาวบ้านจนสลบ

สลด! สามีใจสลาย หลังพบเมียเสียชีวิตหลังฟ้าผ่า วิ่งข้อความช่วยเหลือชาวบ้านจนสลบ

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุฟ้าผ่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยเหตุเกิดอยู่กลางไร่มันสำปะหลัง หมู่ 3 ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี จึงเดินทางไปสอบสวนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

Advertisment

สำหรับจุดเกิดเหตุกลางไร่มันสำปะหลัง ห่างจากถนนเข้าจุดชมวิวเขาพยาเดินธง ประมาณ 500 เมตร ซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นกระท่อมเพิงพัก พบร่างผู้เสียชีวิตนอนหงายอยู่บนพื้นดินข้างเพิงพัก ทราบชื่อนางแหว๋ หยั่งถึง อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 181 หมู่ 1 ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายหรือฟ้าผ่า รวมทั้งตรวจสอบที่ตัวพบมีเงินสดอยู่จำนวน 7,500 บาท ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีครีม ทะเบียน กม 3388 ลพบุรี จอดไว้ตามปกติ

ส่วนที่พื้นพบมีถุงมือผ้า รองเท้าหนังแบบสวม กระเด็นกระจัดกระจายอยู่ 2 คู่ ที่บนแคร่ไม้พบปิ่นโตใส่อาหาร กระติกน้ำ วางอยู่ปกติ นอกจากนี้ ทราบว่านายสุพจน์ หยั่งถึง อายุ 60 ปี สามีผู้ตายได้รับบาดเจ็บเพื่อนช่วยเหลือพาส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลพัฒนานิคม

Advertisement

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถาม นายรุ่งเรือง เชื้อสลุง อายุ 66 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ผู้เสียตายและผู้บาดเจ็บเป็นสามีภรรยากัน โดยผู้ตายมีโรคประจำตัว คือโรคหัวใจ โดยได้เช่าที่แปลงดังกล่าวทำไร่มันสำปะหลังมานานหลายสิบปี ช่วงนี้จะอยู่ในช่วงเข้าหน้าฝน 2 คน ได้มาปักต้นมันอยู่ในไร่ได้ประมาณ 3 วันแล้ว

โดยช่วงเกิดเหตุเห็น 2 ผัวเมีย มาช่วยกันปักต้นมัน โดยฝ่ายสามี ขับรถไถทำร่องดิน ภรรยาทำหน้าที่ปักต้นมัน จนกระทั่งมีพายุฝนในพื้นที่ สามีขับรถไถไปเก็บที่บ้าน ช่วงนั้นมีเสียงฟ้าผ่า รอจนฝนหายตกก็เดินออกไปที่เพิงพักที่นางแหว๋ ภรรยานั่งรอ จึงพบว่าเมียนอนอยู่ที่พื้นดินไม่หายใจด้วยความตกใจจึงคว้ารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้จะขี่ไปตามญาติให้มาช่วย แต่รถสตาร์ตไม่ติด นายสุพจน์ ตัดสินใจวิ่งลุยข้ามทุ่งไร่มันไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านระยะทางประมาณ 500 เมตร ไปถึงแค่บ้านเพื่อนหมดแรงเสียก่อนได้บอกเพื่อนบ้านขอให้ไปช่วยเหลือภรรยาตนเองก่อน จากนั้นก็เป็นลมหมดสติไป

ชาวบ้านได้รีบไปดูช่วยเหลือนางแหว๋ แต่กลับพบว่านางแหว๋ได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าช่วงที่ผู้ตายหลบอยู่ในเพิงพักฟ้าผ่าลงมาใกล้ๆ จนอาจทำให้โรคหัวใจกำเริบหัวใจวายเฉียบพลันจนเสียชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม ได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงพยาบาลพัฒนานิคมทำการชันสูตรศพอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

Advertisement
Eurolastcontent
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image