หน้าแรก ภูมิภาค สลด! แม่ชรา เ...

สลด! แม่ชรา เร่หางานทำ หวังนำเงินเลี้ยงลูกตาบอด 2 คน

17.05.24 | 17:14 น.

สลด! แม่ชรา เร่หางานทำ หวังนำเงินเลี้ยงลูกตาบอด 2 คน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเรื่องจากพนักงานสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี ว่ามีหญิงชรา รูปร่างเล็ก ร่างกายแคระแกรน มาขอสมัครงานทำความสะอาดในสถานีบริการน้ำมัน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ประสงค์จะรับไว้ เมื่อสอบถามถึงเรื่องราวชีวิต พบว่ามีชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างรันทด

หลังได้รับแจ้ง ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 25 หมู่ 11 ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี เพื่อติดตามหาตัวหญิงชราคนดังกล่าว แต่เมื่อเดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พบเพียง นางสาวอุทัยรัตน์ จ่ายยัง อายุ 49 ปี และนายมนตรี จ่ายยัง อายุ 50 ปี สองพี่น้องนั่งอยู่ที่ใต้ถุนบ้านเพียงสองคน เมื่อสอบถามนางสาวอุทัยรัตน์กล่าวว่า หญิงชราร่างเล็กนั้นเป็นแม่ของตนเอง ชื่อนางชนาภา จ่ายยัง อายุประมาณ 70 ปี ซึ่งครอบครัวของตนอาศัยอยู่ด้วยกันเพียงสามคน มีแม่ (นางชนาภา) พี่ชาย (นายมนตรี) ที่พิการตาบอดทั้งสองข้าง และตน ที่พิการตาบอด มองเห็นเลือนรางเช่นกัน ส่วนผู้เป็นพ่อนั้น เสียชีวิตไปนานหลายสิบปีแล้ว โดยแม่จะเป็นผู้ออกไปทำงานรับจ้าง หาเลี้ยงตนและพี่ชาย แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงาน แม่จึงตระเวนออกไปหาสมัครงานตามที่ต่างๆ ซึ่งหากวันใดที่ไม่มีงาน ไม่มีเงิน แม่ก็จะไปขออาหารที่วัดใกล้บ้านมาให้ทานกัน หากวันไหนไม่มีอาหารก็ทานข้าวกับมะม่วงสุกที่แม่ไปเก็บมา

นางสาวอุทัยรัตน์กล่าวว่า ที่บ้านมีรายได้จากเบี้ยผู้สูงอายุของแม่ เดือนละ 600 บาท ส่วนตนและพี่ชาย ได้เงินอุดหนุนผู้พิการ เดือนละ 800 บาทต่อคน ซึ่งเงินที่ได้ทุกเดือน ก็นำมาใช้จ่ายเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ และข้าวสาร อาหารกระป๋องเก็บไว้ทาน แต่ก็ไม่เคยพอ ต้องไปหยิบยืมเพื่อนบ้านมาบ้าง และเมื่อได้รับเงินก็นำไปคืนเขาทุกเดือน

Advertisement

ส่วนเรื่องสายตาที่พิการนั้น นายมนตรีเปิดเผยว่า เดิมทีก็มองเห็นเป็นปกติ มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ชีวิตไม่ได้เดือดร้อนอะไรมาก กระทั่งเมื่อปี 2557 สายตาเริ่มมัว มองไม่ชัด ไม่มีเงินไปหาหมอจึงปล่อยมาจนเริ่มมองไม่เห็น ส่วนน้องสาวก็คาดว่าน่าจะเป็นโรคเดียวกัน ส่วนบ้านที่พักอาศัยอยู่นั้น เป็นบ้านที่กาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ได้สร้างให้เมื่อปี พ.ศ.2544 ส่วนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสิงห์บุรี ก็เคยลงมาให้ความช่วยเหลือบ้าง เฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง รู้สึกสงสารแม่มากที่ต้องตระเวนหางาน หาเงินมาเลี้ยงพวกตน

ด้านเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ เปิดเผยว่า ครอบครัวนี้น่าสงสาร เพราะแม่ชราต้องหาเลี้ยงลูกเพียงคนเดียว เพราะหลังจากที่ทั้งสองเป็นผู้พิการก็ไม่สามารถทำงานได้อีกเลย เพื่อนบ้านก็คอยให้ความช่วยเหลือบ้างเป็นครั้งคราว เนื่องจากก็ลำบากเหมือนกัน

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ขอตัวเดินทางกลับ ระหว่างทางได้พบกับนางชนาภา แม่ชรากำลังขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างกลับบ้าน จึงได้พูดคุยสอบถาม ทราบว่าไปหาสมัครทำงาน แต่ก็ไม่มีที่ใดรับ เพราะเป็นคนตัวเล็ก ร่างกายแคระแกน ผู้ว่าจ้างเกรงว่าจะทำงานไม่ไหว แต่ตนยืนยันว่าทำไหวอย่างแน่นอน ก่อนจะขอตัวกลับไปดูแลลูกที่บ้านต่อไป เป็นที่น่าสังเกตว่า นางชนาภามักจะบอกว่า ตนเองอายุ 60 ปี เนื่องจากเกรงว่าหากบอกอายุจริง จะไม่มีใครจ้างทำงาน เพราะอายุมากแล้ว