หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มงง ซื้อท...

หนุ่มงง ซื้อที่ทำนามา 20 ปี ชาวบ้านรับรู้ อยู่ดีๆ ลูกเจ้าของเก่าอ้างสิทธิ สปก.ฟ้องขับไล่

17.05.24 | 17:43 น.

โผล่อีก ชาวบ้านหนองบุญมากเป็นงงซื้อที่ทำนามากว่า 20 ปี อยู่ดีๆมีคนมาอ้างสิทธิ สปก.ฟ้องศาลขับไล่

นครราชสีมา – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุจิล บังมณี ชาวบ้านบ้านหนองสะแก ตำบลแหลมทอง อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนกับ นางสาวนลิน โรจนวัทธิกร เจ้าหน้าที่องค์กรช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ (NRO) เพื่อขอความช่วยเหลือทางคดีข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกิน หลังจากได้ซื้อที่ดินตามเอกสารสิทธิ ภ.บ.ท.5 (ภาษีบำรุงท้องที่) จำนวน 13 ไร่ แปลงหนึ่งต่อจากคนรู้จักเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ในราคา 200,000 บาท และได้เข้าทำประโยชน์ทำนาปีเรื่อยมาอย่างเปิดเผย โดยมีเอกสารหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่และขึ้นทะเบียนเกษตรกร เมื่อเกิดปัญหาภัยแล้ง หรือน้ำท่วมก็ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางภาครัฐตามหลักเกณฑ์ของเกษตรกรทุกอย่าง

ซึ่งจากการสอบถาม นายสุจิลเปิดเผยว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวนายสมพงษ์ ซึ่งเป็นพ่อตาได้ซื้อต่อมาจากนายหล่อน ซึ่งเป็นคนรู้จักในหมู่บ้าน และได้เข้าทำการเกษตรเรื่อยมา จนกระทั่ง 21 ปีผ่านมา ลูกๆ ของนายเถิกได้นำเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.ที่ได้มีการขึ้นทะเบียนไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 มาอ้างสิทธิฟ้องศาลขับไล่ตนเองออกจากที่ดินแปลงดังกล่าว

จนเมื่อสืบสาวราวเรื่องไปทำให้ทราบว่าเมื่อครั้งอดีตนายเถิกได้นำเอกสาร ภ.บ.ท.5 มาขายให้นายหล่อน แต่นายเถิกก็ยังนำเอกสารไปขึ้นทะเบียน ส.ป.ก.ด้วยเช่นกัน ต่อมานายหล่อนได้นำที่ดินแปลงนี้มาขายให้พ่อตาของตนใช้ทำนาต่อ จนเมื่อเวลาผ่านไปนายเถิกเสียชีวิตจึงทำให้สิทธิในที่ดิน ส.ป.ก.ตกไปสู่ทายาท ทำให้ลูกๆ ของนายเถิกนำเอกสารสิทธิที่ดิน ส.ป.ก.ที่ได้รับการตกทอดมาอ้างสิทธิเหนือที่ดินของตน

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 21 ปี ครอบครัวของตนก็ทำนาอยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าวโดยไม่มีใครมาโต้แย้งสิทธิ เป็นที่รับรู้กันโดยเปิดเผยทั่วไปว่าตนเองเป็นเจ้าของที่ดิน รวมถึงไม่มีการปักหมุด ส.ป.กหรือรังวัดที่ดินแต่อย่างใด แต่เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา อยู่ๆ ก็มีผู้มาติดป้ายว่าห้ามบุกรุก และปลูกเมล็ดถั่วเขียว

Advertisement

โดยอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.จะเข้ามาทำการเกษตรในพื้นที่ของตนเอง และมีหมายศาลมาฟ้องตนในข้อหาบุกรุกที่ดิน จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากติดต่อแจ้งความไปที่สถานีตำรวจ สภ.หนองบุญมาก และที่ ส.ป.ก.นครราชสีมา แต่เรื่องก็เงียบ

จนเมื่อเห็นข่าวที่อำเภอห้วยแถลงก็มีการโต้แย้งสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก.ในลักษณะเดียวกับตน จึงได้ร้องขอความช่วยเหลือเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ที่หากินโดยสุจริต