หน้าแรก ภูมิภาค จี้กรมควบคุมม...

จี้กรมควบคุมมลพิษเร่งฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ให้ปลอดสารพิษ ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

18.05.24 | 14:50 น.

‘สุรพงษ์’ จี้กรมควบคุมมลพิษเร่งฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ให้ปลอดสารพิษตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด หลังพบกากมลพิษมีเหลืออีกนับแสนตัน

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ความคืบหน้ากรณี นายกำธร ศรีสุวรรณมาลา นายสถาพร ทองผาภูมิปฐวี นายนพพร วสุธาผาภูมิ ผู้แทนชาวบ้านคลิตี้ในฐานะคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อติดตามการดำเนินโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ จากการปนเปื้อนสารตะกั่ว จังหวัดกาญจนบุรี ยื่นหนังสือถึงกรมควบคุมมลพิษเพื่อขอให้ดำเนินการตามประเด็นต่างๆ เช่น การจัดการกากหางแร่และดินปนเปื้อนที่ยังคงเหลืออยู่ในพื้นที่ การดูดตะกอนหน้าฝายดักตะกอนทั้ง 4 แห่ง และระยะเวลาการดำเนินการประเมินผลการดำเนินโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษต้องเร่งทำแผนและปฏิบัติการในการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้ปราศจากมลพิษตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด หลังจากพบว่าดำเนินการล่าช้า ไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ และพบว่ามีมลพิษจำนวนมากไม่ถูกกำจัด

โดยปัจจุบันไม่มีแผนที่จะดำเนินการฟื้นฟูต่อ การดำเนินการที่ผ่านมาของกรมควบคุมมลพิษช่วงปี 2560-2563 ไม่ใช่การกำจัดมลพิษซึ่งเป็นของเสียอันตราย โดยต้องใช้บริษัทกำจัดมลพิษนำมลพิษเหล่านี้ออกไปสู่โรงงานกำจัดมลพิษ ซึ่งตั้งอยู่ภายนอก แล้วใช้ความร้อนสูงเพื่อให้มลพิษหมดไป จากนั้นจึงฝังกลบในพื้นที่ของบริษัท แต่กรมควบคุมมลพิษกลับขนการย้ายมลพิษไปฝังกลบในป่าเหนือลำห้วยคลิตี้ และเอาไปฝังกลบไม่ถึง 1% ของมลพิษที่มีอยู่ทั้งหมด

ยังพบกองกากหางแร่และดินปนเปื้อนมลพิษตามบริเวณใกล้บ้านของชาวบ้านอีก 5 จุด ซึ่งมีมลพิษรวมแล้วนับแสนตันที่ยังไม่มีการนำไปบำบัดให้ปราศจากมลพิษ บางแห่งมีเพียงการนำดินจากพื้นที่ศักยภาพแร่ตะกั่วมาปิดทับ ไม่ใช่ดินจากภายนอกที่ปราศจากมลพิษตะกั่ว

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า กรมควบคุมมลพิษมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด ที่พิพากษาตั้งแต่ 10 มกราคม 2556 ให้กรมควบคุมมลพิษฟื้นฟูสภาพลำห้วยคลิตี้ รวมทั้งตรวจและวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้ให้ครอบคลุมทุกฤดูกาลอย่างน้อยฤดูกาลละ 1 ครั้ง จนกว่าจะพบว่าค่าสารตะกั่วในน้ำ ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้ไม่เกินค่ามาตรฐานเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี

Advertisement

“ปัจจุบันผ่านไปกว่า 11 ปีแล้ว ค่าสารตะกั่วในน้ำ ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้ก็ยังเกินค่ามาตรฐาน สร้างความเดือดร้อนและความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากอีกไม่นานก็จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว
โดยโรงแต่งแร่คลิตี้ซึ่งอยู่ในพื้นที่ติดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้ปล่อยของเสียจากกิจการเหมืองแร่ตะกั่วลงสู่ลำห้วยคลิตี้ ที่เป็นต้นน้ำของแม่น้ำแม่กลองจนเป็นข่าวดังในปี 2541 กรมควบคุมมลพิษตรวจพบมีการปนเปื้อนของตะกั่วมาสู่สภาพแวดล้อมภายนอก ตลอดจนลำห้วยคลิตี้ ลงมาถึงลำคลองงู และแม่น้ำแม่กลอง ทั้งกระทรวงสาธารณสุขตรวจพบระดับตะกั่วในเลือดของชาวบ้านคลิตี้และหมู่บ้านใกล้เคียงสูงเกินค่ามาตรฐานจำนวนมาก นำมาสู่การเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษกำจัดมลพิษให้หมด แล้วไปเรียกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจากบริษัทผู้ก่อมลพิษในภายหลัง” นายสุรพงษ์กล่าว