หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มใหญ่ร้อง...

หนุ่มใหญ่ร้องโอย เรียก ‘ภรรยา’ หามส่งรพ.อ้างถูกดักยิง กระดูกแตก ตร.พบพิรุธไม่ปักใจเชื่อ

18.05.24 | 16:42 น.

หนุ่มใหญ่วัย 51 ปี ขับรถ 2 แถว กลับบ้าน ถูกดักยิง แจ้งภรรยาบอกเจ้าหน้าที่หามส่งโรงพยาบาล ตำรวจพบพิรุธเร่งตรวจสอบคาดปืนลั่นเอง

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ร.ต.ท.พงศ์ภรณ์ เตาวโรดม รอง สว.สอบสวน สภ.อัมพวา ได้รับแจ้งเหตุชาวบ้านถูกยิงในพื้นที่ ม.5 ต.สวนหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.เพชรกล้า ทวีกาญจน์ ผกก.สภ.อัมพวา ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสรรพราเชนทร์สมุทรสงคราม

เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง ริมคลองประชาชมชื่น เลขที่ 39 ม.5 ต.สวนหลวง อ.อัมพวา โดยตัวบ้านปิดล็อกไว้ บริเวณทางเดินเข้าบ้านพบ นายธีระพัฒน์ อายุ 51 ปี ถูกยิงเข้าที่หน้าแข้งซ้ายเป็นแผลฉีกขาด กระสุนฝังใน เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่ง รพ.อัมพวา เบื้องต้นเอกซเรย์พบกระดูกแตก และเศษกระสุนแตกอยู่ภายใน ต้องส่งตัวเขารับการผ่าตัดด่วนที่ รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า

นายธีระพัฒน์เล่าว่า ขณะที่ตนกลับจากขับรถสองแถวกำลังจะเดินเข้าบ้าน จู่ๆ ได้ยินเสียงปืนดังปัง ตนตกใจจึงรีบวิ่งเข้าบ้านและปิดล็อกประตู กระทั่งรู้สึกเจ็บที่ขาซ้ายจึงรู้ตัวว่าถูกยิง จึงรีบโทรศัพท์หาภรรยาที่อยู่แม่กลอง ให้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ และเปิดประตูบ้านออกมาก่อนจะล็อกประตูและคลานออกมานั่งรอภรรยาแจ้งกู้ภัยมาช่วยเหลือ

น.ส.พรรัตน์ วุฒิชัยเจริญเวช อายุ 50 ปี ภรรยาซึ่งอยู่กินกันมานาน 7 ปี เล่าว่า ขณะที่ตนอยู่บ้านพักที่ ต.แม่กลอง จู่ๆ สามีก็โทรศัพท์มาบอว่าให้โทรแจ้งกู้ภัยให้มารับส่ง รพ.ที ตนเจ็บมาก แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าโดยอะไร ตนจึงรีบมาถึงที่เกิดเหตุก็พบว่าสามีนั่งอยู่นอกบ้านและขอน้ำกิน ตนจึงตักน้ำในโอ่งให้กิน ถามว่าโดนอะไรสามีก็ไม่บอก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวสามีส่งโรงพยาบาล

Advertisement

นายยุทธนา แซ่เตีย อายุ 81 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุตนไม่ได้ยินเสียงปืน แต่ได้ยินเสียงเหมือนอะไรกระแทกสังกะสีดังปังอยู่ในบ้าน และก็เงียบไปไม่มีเสียงโวยวายอะไร และก็ไม่มีใครวิ่งผ่านออกมา ส่วนตัวก็ไม่ได้สุงสิงอะไร ต่างคนต่างอยู่

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายธีระพัฒน์มีอาชีพขับรถสองแถว อาศัยที่บ้านเกิดเหตุตามลำพัง ส่วนภรรยาอาศัยที่ตลอดแม่กลอง นานๆ จะมาหากัน โดยนายธีระพัฒน์อ้างว่ากำลังเดินกลับบ้าน และถูกยิง เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพบพิรุธหลายประเด็น เช่น สภาพบาดแผลที่ฉีกขาด หากโดนยิงในระยะไกลก็ไม่น่าจะฉีกขาดลักษณะนี้ เจ้าหน้าที่จึงตั้งไว้หลายประเด็น คือ อาจปืนลั่นเอง หรือไม่ก็ถูกยิงจริงๆ ก็เป็นได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บคราบเขม่าดินปืนจากแผลและมือของนายธีระพัฒน์ และพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ขออนุญาต น.ส.พรรัตน์ ภรรยา เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านพบกระสุนปราย 3 เม็ด และหมอนรองตกอยู่ภายในบ้าน และพบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ภายในมีปลอกกระสุนค้างอยู่ และกระสุนอีก 4 นัด ซ่อนในตู้เสื้อผ้า จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่านายธีระพัฒน์คงจะทำปืนลั่น และเกิดความตกใจกลัวความผิดจึงอ้างว่าโดนยิงก็เป็นได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำนายธีระพัฒน์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป