คืบนักธุรกิจเสียชีวิตปริศนา สัปเหร่อที่เผาศพ CEO เผยศพผิดปกติ
จากกรณีการเสียชีวิตปริศนาของ นายพิชิต หรือ ต้น เจ้าของธุรกิจสอนนวดแผนไทย ช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยนายพิชิตเสียชีวิตที่บ้านภรรยา หลังจากมาหาภรรยาที่บ้านได้ไม่ทันข้ามวัน ซึ่งในวันเผาศพ เปิดโลงออกมาสภาพศพดำคล้ำ ครอบครัวสงสัยคล้ายถูกวางยา โดยน้องสาวนายพิชิตได้ร้องเรียนต่อทนายเดชา ทั้งนี้ ใบมรณบัตรระบุสาเหตุการตายว่า “ตายจากการเจ็บป่วยที่ไม่ชัดเจน”
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบกับ นายบุญโฮม ผู้ใหญ่บ้านโพธิ์ทอง หมู่ 9 ต.ดงเมือง อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม ได้รับการเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุผู้เสียชีวิตเพิ่งจะเดินทางมาถึงบ้าน ก่อนจะมีการดื่มกินสังสรรค์กัน ตอนนั้นตนเข้านอนแล้ว พอรุ่งสางตนออกไปนา เอาวัวไปกินหญ้า ก่อนจะขี่รถกลับบ้านเห็นคนยืนอยู่เต็มหน้าบ้าน ช่วงประมาณ 6 โมงเช้า เลยถามชาวบ้านว่าเกิดเหตุอะไร จึงเลยทราบว่าต้นตายแล้ว

นายบุญโฮมกล่าวว่า ตกใจ เพราะไม่รู้ว่าเขามาบ้าน ช่วงนั้นอากาศร้อนมาก ร้อนสุดๆ คนก็น่าจะดื่ม ก่อนจะแยกย้ายกันไป ตอนเช้าจึงมาพบว่าเป็นศพแล้ว ตนก็เข้าไปดูศพ หมอสันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 ชั่วโมง ตัวแข็งแล้ว ผู้ตายเป็นคนตัวใหญ่ เป็นคนออกกำลังกาย มีกล้าม ตอนนั้นอากาศร้อน คนในหมู่บ้านก็ตายกันเยอะ พวกคนเฒ่าคนแก่ คนกินเหล้าก็ตายเยอะ
“ผู้ตายนอนอยู่ที่เถียงนาน้อย ซึ่งเป็นแบบสำเร็จรูป ซื้อมาตั้งไว้ข้างบ้าน ภรรยาเขามาพบศพก็เรียกหาพี่น้อง เรียกหาผู้ใหญ่บ้าน และได้แจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมาดู รอหมอมาชันสูตร หมอลงความเห็นว่าเส้นเลือดในสมองแตก เลยให้ญาติฌาปนกิจได้ตามปกติ
น้องสาวคนที่ไปร้องกับทนายเดชาไม่ได้เดินทางมางานศพ มีแต่น้องชาย แม่ พ่อที่บวชเป็นพระ และญาติมางาน ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เพราะผู้เสียชีวิตกับภรรยาคบกันมา 15 ปีแล้ว มีลูกด้วยกัน 3 คน ตอนนี้ภรรยาคนตายอยู่กรุงเทพฯ มีธุรกิจส่วนตัวนวดสปา บ้านหลังนี้มีแม่ยายและหลานอยู่ ส่วนบ้านของผมอยู่ติดกันกับบ้านที่เกิดเหตุ” นายบุญโฮมกล่าว

ด้าน นายแสวง อายุ 73 ปี สัปเหร่อวัดดงเมืองน้อย ต.ดงเมือง อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม กล่าวว่า เป็นสัปเหร่อมา 4 ปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยเจอศพที่มีสภาพแบบนี้ สภาพศพดำ เขียวคล้ำ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ปกติคนตาย 2-3 วัน สภาพศพก็จะไม่ดำคล้ำแบบนี้ ตอนเปิดโลงมาก็ตกใจ ใบหน้าบวมคล้ำ ทำพิธีขอขมากรรมตามบทสวด จากนั้นก็ล้างหน้าศพ ให้ญาติมาล้างหน้าศพ ก่อนจะราดน้ำมันแล้วนำเข้าเตาเผา
“เดือนเมษายนที่ผ่านมาอากาศร้อนมากๆ ก็มีคนตายอยู่ แต่สภาพก็จะไม่ใช่แบบนั้น ทราบมาว่าคนตายกินเหล้าแล้วเสียชีวิต ถามว่าผิดปกติไหมก็คิดว่าผิด เพราะสภาพศพไม่เหมือนศพอื่นๆ ที่ตนเคยเจอมาก่อน มีคนมาพูดให้ฟังว่าได้มีการเปลี่ยนโลงเย็น เพราะโลงที่ใช้ตอนแรกไม่เย็น เลยต้องเปลี่ยนโลงใหม่ ซึ่งก็อาจทำให้สภาพศพเปลี่ยนแปลงได้ แต่ก็ไม่น่าจะขนาดนี้ ซึ่งแพทย์ยืนยันการตายมาแล้ว ผมเป็นสัปเหร่อก็ได้ทำหน้าที่ของผม” นายแสวงระบุ

