หน้าแรก ภูมิภาค ระทึก! บั้งไฟ...

ระทึก! บั้งไฟพุ่งเฉียดเครื่องบิน โฆษกไม่ยี่หระ บอกต้องหลบเอง ไม่งั้นก็ชน ราชการเงียบกริบไร้มาตรการป้องเหตุ

19.05.24 | 23:25 น.

ระทึก! บั้งไฟพุ่งเฉียดเครื่องบิน โฆษกไม่ยี่หระ บอกเครื่องบินต้องหลบเอง ราชการเงียบกริบไร้มาตรการป้องเหตุ แถมเล่นพนันโจ๋งครึ่ม

จากเหตุการณ์นักพนันบั้งไฟโวยเจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามจับเวลา-ขานบอกเวลาขณะบั้งไฟขึ้นสู่อากาศ เหตุเกิดที่งานประเพณีบุญบั้งไฟแสน บ้านแข้ด่อน ต.เบิด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่าน ตามสื่อได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบเล่นการพนันลักษณะเดียวกัน ในงานประเพณีบุญบั้งไฟแสนที่ด้านหลังวัดสว่างอารมณ์ บ้านจังเกา ม.10 ต.หนองไผ่ล้อม อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ จึงได้เข้าสอบถามกับทางนายวิรุต ตรียวง นายอำเภอสำโรงทาบ ถึงมาตรการการป้องกันไม่ให้มีการเล่นการพนันบั้งไฟในงานบุญ แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ จึงได้สอบถามทางโทรศัพท์แทน และแจ้งให้นายอำเภอทราบก่อนว่าได้มีการบันทึกภาพวิดีโอในขณะมีการสนทนากัน

โดยนายอำเภอ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองลงพื้นที่สอดส่องดูแลป้องกันแล้ว และหากมีการเล่นการพนันในงานเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้เลย หรือหากว่ามีคลิปที่แสดงให้เห็นว่ามีการเล่นพนัน ก็สามารถส่งมาให้ได้ แต่ถ้าไม่มีปรากฏว่ามีการเล่นการพนัน ตนก็ไม่สามารถไประงับงานเขาได้ เนื่องจากเขาขออนุญาตจุดในงานประเพณีถวายปู่-ตา แต่ถ้ามีคลิปชัดเจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลัง อส. ตนและป้องกันสามารถสั่งระงับได้เลย ส่วนในเรื่องการขานเวลา ตนไม่แน่ใจในประเพณีของเขา เพราะตนเพิ่งมารับตำแหน่งที่นี่ แต่ถ้ามีการนำเงินมาพนันขันต่อกันก็ผิดกฎหมาย ซึ่งทางตำรวจจะเป็นผู้ที่ชำนาญในเรื่องนี้ ซึ่งสื่อมวลชนสามารถประสานเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในงานได้เลย

Advertisement

ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 13.00 น.บั้งไฟบั้งแรกก็ได้ถูกปล่อยให้สู่อากาศ และได้รับคลิปจากผู้ที่อยู่ภายในงานถ่ายส่งมาให้ จำนวนหลายคลิป เป็นคลิปภาพที่มีการเล่นพนันขันต่อกันอย่างโจ๋งครึ่ม มีการประกาศขานเวลาบั้งไฟขึ้นผ่านทางเครื่องขยายเสียงชัดเจน ผู้สื่อข่าวจึงได้โทรประสานแจ้งปลัดป้องกันอำเภอ ว่ากำลังมีการเล่นพนันบั้งไฟกันอยู่ในงาน ทางปลัดป้องกันก็ได้ยืนยันว่าไม่มีเพราะตนเพิ่งออกมา และส่งคลิปที่ได้ให้กับปลัดป้องกันอำเภอสำโรงทาบดู และฝากให้ส่งต่อรายงานให้กับทางนายอำเภอรับทราบด้วย เพื่อให้หามาตรการป้องกันเหตุหรือดำเนินการระงับตามที่นายอำเภอได้กล่าวไว้ ขณะที่บั้งไฟก็ทยอยขึ้นฐานไฟเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีมาตรการใดๆออกมา นักพนันบั้งไฟก็ยังคงเล่นกันอย่างสบายใจเหมือนเดิม ผู้สื่อข่าวได้ประสานทั้งนายอำเภอ ปลัดป้องกันอำเภอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่างก็เงียบกริบและไม่มีใครรับสายหรือแจ้งกลับให้ทราบ

จากนั้นทีมผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบความจริงตามคลิปที่ได้รับ พบว่าผู้ที่จะเข้าไปในงานประเพณีบั้งไฟแสน ต้องซื้อโบว์ติดเพื่อเข้าไปชม คนละ 100 บาท ภายในงานพบนักพนันกว่าพันกว่าคน กำลังต่อรองราคาเล่นพนันกันอย่างโจ๋งครึ่ม ก่อนที่บั้งไฟจะขึ้นสู่อากาศ โดยมีกรรมการกลางคอยประกาศบอกเวลาผ่านเครื่องขยายเสียงให้เซียนพนันได้รับทราบ ทุกครั้งที่บั้งไฟขึ้นจากฐานปล่อยลอยอยู่บนอากาศ ก่อนสรุปเวลาให้ได้รับทราบ

ทั้งนี้จากการสังเกตพบว่า ไม่พบมีเจ้าหน้าที่แต่งกายในชุดเครื่องแบบอยู่ภายในงาน และบริเวณฐานจุดบั้งไฟดังกล่าวยังพบว่ามีเครื่องบินจากสายการบินต่างๆบินผ่านจำนวนหลายเที่ยวบิน ในจำนวนนั้น “มีหนึ่งสายการบินที่เกือบถูกบั้งไฟพุ่งชน รอดผ่านไปได้อย่างเฉียดฉิว”(ตามคลิป)ก่อนที่จะได้ยินเสียงประกาศผ่านทางเครื่องขยายเสียงว่า การจุดครั้งนี้ได้มีการแจ้งจุดปล่อยและแจ้งวิทยุการบินแล้ว ทีมนักบินก็เหมือนกันถ้าคุณไม่หลบคุณก็จะชน ขณะที่การจุดบั้งไฟยังคงดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่องจนเสร็จงาน

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังเดินทางกลับ ได้รับโทรศัพท์จากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าได้มีการเข้าไปจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 2 ราย กำลังนำตัวส่งดำเนินคดี โดยผู้สื่อข่าวได้แนะนำว่า ให้ทางเจ้าหน้าที่ให้กรรมการกลางหยุดประกาศขานเวลา จึงจะหยุดการเล่นนักพนันได้ เพราะถ้านักพนันไม่รู้เวลาก็ไม่สามารถเล่นพนันกันได้ หากจะจับคนเล่นเป็นพันคนคงเป็นไปได้ยาก

ทั้งนี้ ในท้ายราชกิจจานุเบกษา ของประกาศจังหวัดสุรินทร์ ข้อ 3. ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นข้อ 5.5 และข้อ 5.6 ของประกาศจังหวัดสุรินทร์ เรื่องมาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดและปล่อย หรือกระทำการอย่างใดเพื่อให้บั้งไฟ ตะไล หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ ลงวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

“5.5 หากปรากฏว่ามีการกระทำอันน่าเชื่อได้ว่ามีการลักลอบเล่นการพนันปั้งไฟ ตะไล หรือ วัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน นายอำเภอแห่งท้องที่ อาจพิจารณาไม่อนุญาตให้มีการจุดและปล่อยหรือกระทำการอย่างใด เพื่อให้บั้งไฟ ตะไล หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศในพื้นที่ดังกล่าวในปีถัดไป 5.6 หากปรากฏในภายหลังว่า มีการดำเนินการใดที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หรือเงื่อนไขแห่งการอนุญาต หรือมีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย หรือการกระทำอื่นใด อันมีลักษณะเป็นอย่างเดียวกัน นายอำเภอแห่งท้องที่ มีอำนาจสั่งระงับมิให้มีการจุดและปล่อยหรือกระทำการอย่างใดเพื่อให้บั้งไฟ ตะไล หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศได้” 4. ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2567 โดยนายพิจิตร บุญทัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์