โวยผู้ใหญ่บ้านขุดดินสนามบอลโรงเรียนไปขาย-ถมที่แม่ตัวเอง จี้มท.สอบด่วน
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สระบุรี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.เจริญธรรม อ.วิหารแดง จ.สระบุรี พากันมารวมตัวที่บริเวณกลางหมู่บ้านราว 80 คน นำโดย นายพิชัย สุวรรณ อดีตสารวัตรกำนัน, นายประยงค์ ป้อมสุวรรณ กรรมการสถานศึกษา, นายลี ทานะมัย กรรมการสถานศึกษา ร.ร.วัดเขาน้อยจอมสวรรค์ และชาวบ้านอีกราว 60 คน นำเอกสารหลักฐาน พร้อมคลิปเสียงการซื้อขายดินเข้าร้องเรียนผู้ใหญ่บ้าน (รายหนึ่ง) ในพื้นที่ ก่อเหตุมีพฤติกรรมส่อทุจริต โดยมีการนำเครื่องจักรกลเข้าขุดเจาะหินและตักดินบริเวณเชิงเขาติดสนามฟุตบอล ร.ร.วัดเจริญธรรม นับร้อยเที่ยวออกไปขายให้กับชาวบ้าน และอีกส่วนหนึ่งนำไปถมในพื้นที่มารดาของตัวเอง คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นบาท แต่ไม่ทราบว่านำเงินไปไหน หนำซ้ำหลังขนหิน/ดินออกไปแล้วกลับมาเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านซื้อดินรถละ 600 บาท อีกนับร้อยราย โดยอ้างว่าเป็นการบำรุงการศึกษาทำเป็นสนามฟุตบอลในที่เดียวกัน โดยมีคนขับรถบรรทุกดินและคนขับรถไถขณะดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวมาให้การยืนยันเป็นพยาน

นายพิชัยกล่าวว่า เรื่องราวการกระทำไม่ชอบมาพากลของผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวพวกตนเคยร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.วิหารแดง และศูนย์ดำรงธรรม จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการลงโทษผู้ทุจริตด้วย ต่อมาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 พวกตนได้รับหนังสือคำชี้แจงในกรณีดังกล่าวจากสำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สระบุรี เขต 2 ว่า
“ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีการขุดดินและขนย้าย เศษหิน/ดินออกนอกพื้นที่ของ ร.ร.วัดเขาน้อยจอมสวรรค์นั้น ตรวจสอบแล้วพบว่าที่ดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่ราชพัสดุ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 เป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์เป็นที่ตั้งของ ร.ร.วัดเขาน้อยจอมสวรรค์ ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วสรุปได้ว่า ไม่มีการจำหน่าย ‘ดิน หรือวัสดุ’ อื่นใดที่ได้จากพื้นที่ราชพัสดุ การขุดดินและขนย้ายดินเป็นการให้อนุญาตให้ผู้ใหญ่บ้านและคณะศิษย์เก่าดำเนินการปรับเป็นสนามฟุตบอล โดยมีผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ของพื้นที่ออกค่าใช้จ่ายในการขุดดินและขนย้ายดินเอง”

นายพิชัยกล่าวว่า พวกตนมาร้องเรื่องความไม่โปร่งใส กรณีผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 นำรถแบ๊กโฮมาขุดแยกหินจากสนามฟุตบอล ร.ร.วัดเขาน้อยจอมสวรรค์ ขุดปรับแล้วขนดินออกไปขายให้ชาวบ้านรายหนึ่ง ในราคาเที่ยวละ 550-600 บาท จำนวน 60 เที่ยว และที่บ้านของมารดาผู้ใหญ่บ้านอีกส่วนหนึ่ง รวมแล้วกว่า 100 เที่ยว (รถบรรทุก) แต่ไม่เคยเห็นที่มาที่ไปของเงินจำนวนนี้ แต่ต่อมาผู้ใหญ่บ้านรายนี้ก็ยังได้มาขอเรี่ยไรเงินซื้อดินจากชาวบ้านอีก ซึ่งตนก็ได้บริจาคไป จำนวน 10 เที่ยว (รถ 10 ล้อ) และชาวบ้านคนอื่นๆ อีก จำนวนราว 104 เที่ยว โดยชาวบ้านก็คิดว่าเป็นของส่วนรวม คิดว่าเป็นของโรงเรียน การทำบุญ แต่ผู้ใหญ่บ้านทำไม่โปร่งใส ซึ่งเรื่องนี้พวกตนเคยเข้าร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมแต่ก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม สอบไม่ตรงประเด็นที่ร้องไป ไม่พบความผิด ชาวบ้านต่างมีความคลางแคลงใจว่าเขาเอาดินไปขาย ทำไมไม่ผิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวผู้ใหญ่บ้านออกมาตอบหรือชี้แจงอะไรหรือไม่ นายพิชัยกล่าวว่า “ไม่”

นายพิชัยกล่าวอีกว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา (23 พฤษภาคม) ตนได้ไปที่โรงเรียนวัดเขาน้อยจอมสวรรค์ และได้พบกับ ผอ.โรงเรียน ซึ่งได้แจ้งให้ตนทราบว่าห้ามไม่ให้ชาวบ้านที่จะมาร้องเรียนเข้าไปภายในโรงเรียน โดยแจ้งอีกว่าท่าน ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาฯ ต้องการให้เรื่องจบ
เมื่อถามว่าการกระทำของผู้ใหญ่บ้าน ได้มีการขอนุญาตจากใครหรือไม่ นายพิชัยกล่าวว่า “ไม่มี” การดำเนินการทั้งหมดที่มีการสอบสวนข้อเท็จจริง เมื่อพวกตนไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมแล้วเป็นการทำเรื่องย้อนหลังทั้งหมด จึงอยากให้ผู้สื่อข่าวนำเสนอข้อเท็จจริงให้สังคมทราบ อย่าช่วยคนผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในขณะเดียวกันในที่ชุมนุมชาวบ้าน ก็มีคนขับรถบรรทุกดิน และคนขับรถไถปรับหน้าดินมาร่วมให้การยืนยันการกระทำของผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวด้วย



