สาวแม่ลูกอ่อน สุดช้ำ ถูกสามีทหารพรานทำร้ายร่างกาย เหตุจับได้มีกิ๊ก เผยโดนทำร้ายมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้ไม่ทน ขอฟ้องหย่าขาดและฟ้องชู้ที่ทำให้ครอบครัวแตกแยก
วันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเจ๊ม้อย v – news ได้โพสต์คลิปวิดีโอหญิงคนหนึ่งถูกทำร้าย พร้อมข้อความว่า อาสาทหารพรานทำร้ายเมีย ทางฝั่งเมียจับได้ว่านอกใจ เพราะฝ่ายชายเป็นอาสาที่ชายแดนใต้ กลับมาก็นานๆ ครั้ง หลังจับได้ก็เริ่มมีปากเสียงกัน ถึงขั้นลงไม่ลงมือ จนเขียวช้ำ ปรากฏว่า คู่กรณีทั้งสามีภรรยาต่างมาโพสต์ตอบโต้ กระทั่งสามีได้โพสต์ข้อความตอบกลับยาวถึงสาเหตุที่อยากเลิก แต่เกิดโมโหและจึงลงไม้ลงมือ ฯลฯ แต่ภายหลังลบทิ้ง และเขียนเพียงสั้นๆ ว่า เปิดคลิปเต็มสิว่าใครกันที่ยั่วให้ผมสติแตก ไม่ใช่เอาแค่ตอนผมทำคุณ
ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพักใน ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบกับ นางสาวกัณฐิกา (ขอสงวนนามสกุล) เปิดเผยว่า ตนเพิ่งมีลูกสาวยังเล็ก ล่าสุดตนถูกสามีทำร้ายร่างกายที่บ้านพักใน อ.สามร้อยยอด โดยถูกใช้เท้าเหยียบ และถูกกระทืบ จนช้ำไปทั้งตัว พบรอยช้ำที่ลำตัว แขน ขา คอ เหตุเพราะตนไปเห็นกิ๊กของสามี โพสต์ติดแท็กว่า คิดถึง อยากกอด จึงเกิดความโมโห แล้วไลฟ์สดเฟซบุ๊ก ต่อว่า ว่าทำไมถึงไม่หยุด ทำไมไม่เลิกกับสามีคนอื่น เพราะเขามีครอบครัวอยู่แล้ว
ตนมารู้เรื่องกิ๊กของสามีเมื่อต้นเดือนมีนาคม แต่เขาคุยกันตั้งแต่เดือนมกราคม มีปัญหากันมาตลอดเรื่องที่เขาคุยกับคนนั้นคนนี้ ครั้งนี้เป็นการทำร้ายร่างกาย เป็นครั้งที่ 3 แล้ว เป็นครั้งที่โดนทำร้ายหนักที่สุด จนจำไม่ได้แล้วว่าโดนอย่างไรบ้าง ซึ่งผ่านมา 7 วัน ยังมีรอยช้ำที่แขนขาสังเกตได้ชัด ตอนที่โดนรู้สึกเจ็บช้ำใจว่า ทำไมสามีถึงทำได้ขนาดนี้ ทำไมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาไม่ได้มีลักษณะนิสัยแบบนี้มาก่อน
ถ้าไม่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บครั้งนี้ คงยังไม่เลิก ไม่ถอยออกมา ไม่เอาแล้ว ไม่ทนแล้ว ขอจบความสัมพันธ์ ตนตัดสินใจฟ้องหย่าสามี และฟ้องชู้ ไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อวันที่ 19 เมษายน เห็นสามีลงรูปสลิปโอนเงินพร้อมข้อความ ขอบคุณค่ะที่รัก ซึ่งผู้หญิงที่เป็นชู้โอนมาให้สามี 10,000 บาท ทั้งที่อาทิตย์ก่อนหน้านี้ เรามีเงินอยู่แค่ 200 บาท และแบ่งเงินให้เขา คนละ 100 บาท เจ็บช้ำมาก จึงขอหมายเลขโทรศัพท์และโทรไปหาผู้หญิง เพื่อโทรไปเคลียร์เรื่องทั้งหมด
โดยตนได้ถามหญิงคนดังกล่าวว่า พี่ไม่รู้หรือว่าเขามีครอบครัวอยู่ก่อนแล้ว และฝ่ายตรงข้ามตอบกลับมาว่า แล้วสามีรักเราไหม ตนจึงตอบไปว่า รักไม่รักไม่รู้ แต่เขารักลูก ทำแบบนี้ทำให้ครอบครัวแตกแยก คนเราเป็นสามีภรรยากันมีกระทบกระทั่งบ้าง แต่ทำร้ายร่างกายเจ็บทั้งตัว ครั้งนี้มันเกินไป ซึ่งไม่ควรใช้ความรุนแรงทำร้ายกัน
มีรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้นางสาวกัณฐิกา มีอาชีพขายหอยแครงลวกและยำไข่แมงดา แต่หลังจากมีลูกอ่อน จึงหยุดขาย โดยสามีซึ่งทำงานเป็นทหารพราน อยู่ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งเสียให้เดือนละ 6,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายค่านมและผ้าอ้อมเด็ก กระทั่งเมื่อเดือนที่ผ่านมาหยุดส่งเงินให้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนเองได้แจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย ไว้ที่ สภ.สามร้อยยอดแล้ว

