ปทุมธานี ป่าเถื่อนขึ้นทุกวัน วินจักรยานยนต์ย่านรังสิตง้างหมัดตะลุม ‘โชเฟอร์หญิง’ ขับรถตู้อ้างจุ้นจ้าน
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “หน่อย…” โพสต์คลิปในกลุ่มสาธารณะข่าวถึงชาวรังสิต โดยมีข้อความว่า “ฝากบอกเทศบาลรังสิตหน้าตลาดแห่งหนึ่ง วินมอเตอร์ไซค์เถื่อนมีแต่ป้ายดำเกือบ 10 คัน มีถูกกฎหมาย คัน 2 คันมาเรียกคน แข่งกับรถตู้ป้ายเหลืองมีการทะเลาะวิวาทกัน หนูอยากทราบว่าทำไม ผิดกฎหมายมาวิ่งได้” พร้อมแนบคลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุชุลมุน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้ลงไปยังที่เกิดเหตุพบ น.ส.กัญญา 43 ปี โชเฟอร์รถตู้ ได้เปิดเผยว่าเหตุเกิดบริเวณใกล้เคียงตลาดแห่งหนึ่ง ใกล้กับถนนพหลโยธินขาออกตรงข้ามฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ตนขับรถตู้ส่งผู้โดยสารเส้นทางรังสิต-อยุธยา ได้จอดที่ท่าคิวรถ
มีผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งได้เดินมาสอบถามตนว่ารถที่จะไปอ่างทองไปขึ้นตรงไหน ก็ได้บอกเขาไปว่าให้ไปขึ้นตรงที่ที่รถจอด แนะนำเขาไป แต่วินกับรถตู้ที่เป็นคู่กรณีนั้นอยู่ใกล้กัน วินก็รับไปส่งปลายทางที่ผู้โดยสารที่จะไปอ่างทอง วินก็อาสาไปส่งให้ไปขึ้นรถที่อ่างทองไม่ไกลกันมากนัก
พอไปส่งแล้วก็กลับมาโวยวาย ด่าลั่น แขวะ หาว่าเราปากดี หาว่ารู้ไม่จริง สักพักหนึ่ง แฟนตนก็เดินไปถาม พูดแบบนี้ก็ด่าเมียผมนี่ เราก็พูดว่าไม่รู้ว่าวินจะเอาไป จากนั้นก็ต่างคนต่างพูดและก็ทะเลาะกัน

“เขาก็กรูเข้ามาหาตามคลิป เขาก็เตะ ง้างหมัดใส่ เพื่อนๆ วินเขาก็มาล็อก มาจับเราไว้ แต่เราก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไร บางคนเขาก็มาห้ามมาแยกออก อยากจะให้ตรวจสอบแต่ละวินที่เขาทำ ทำถูกหรือผิด แต่ตอนนี้เบื้องต้นเราแจ้งความไว้ก่อน เพื่อเป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน ส่วนจะดำเนินคดียังไงเดี๋ยวกำลังปรึกษาทางญาติๆ ก่อนว่าจะดำเนินคดีแบบไหน แต่ถ้าจะให้ไปคุย ที่เกิดเหตุกับคนที่มาทำร้ายด่าว่าเรา จะไม่ไป เพราะเราไม่ใช่คนฝ่ายผิด” โชเฟอร์รถตู้หญิงกล่าว
ทางด้าน เจ้าของโพสต์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลวินรถตู้ ได้เปิดเผยว่า รถตู้ก็เรียกผู้โดยสารตามปกติ ซึ่งมีผู้โดยสารได้มาสอบถามเส้นทาง เหมือนไม่ใช่คนไทย แต่ทางเมียรถตู้ก็ได้ชี้ไปอีกฝั่งนู้น ถึงทางวินนั้นไม่พอใจทำไมไม่ให้มานั่งตรงที่วิน บ่นรู้ไม่จริงอย่าเสือก เรื่องนี้จะไม่ยอมจะร้องเรียนให้ถึงที่สุด เพราะเราเป็นคนถ่ายและโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก เพราะดูแล้วมันไม่ถูกต้อง ทั้งป้ายเหลืองป้ายขาว ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
ส่วน คนขับรถวินจักรยานยนต์รับจ้าง ไม่ยอมเปิดเผยและไม่ให้ข้อมูลใดๆ กับผู้สื่อข่าว นอกจากว่าอยากจะเคลียร์กับคู่กรณีเท่านั้นว่าใครพูดใครผิดใครถูก อยากจะให้มาคุยต่อหน้า ซึ่งตนเองถ้าพูดไปก็หาว่าตัวเองเป็นคนฝ่ายถูก ก็อยากจะให้มาพูดคุยชี้แจงต่อหน้าทั้งสองคนเลย

