หน้าแรก ภูมิภาค รวบชายขโมย ลู...

รวบชายขโมย ลูกชิ้นยืนกิน อ้างเอาไปเลี้ยงลูก 4 คน เจ้าของลั่น 300 ไม่กระทบร้าน แต่ไม่อยากให้ย่ามใจ

26.05.24 | 13:43 น.

ตำรวจจับกุมชายวัย 50 ปีที่ขโมยลูกชิ้นยืนกินมูลค่า 300 บาทมาดำเนินคดีแล้ว เจ้าตัวสารภาพเห็นวางล่อตาร้านปิด เอาไปทอดให้ลูกๆ กิน ขณะ ผกก.ยอมรับเห็นใจเพราะเป็นหัวหน้าครอบครัวหาเลี้ยง 6 ชีวิต แต่มีคนแจ้งความต้องดำเนินการ อีกมุมหนึ่งการถูกดำเนินคดีของผู้ก่อเหตุถือเป็นการเตือนสติคนในครอบครัวทั้ง 5 คนที่เหลือได้เป็นอย่างดี

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณี น.ส.ณิชชาวีณ์ ฐิติไชยรังสี เจ้าของโรงงานผลิตลูกชิ้นยืนกินในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ นำคลิปชายคนหนึ่งมาร้องสื่อว่า ชายรายนี้เข้าไปขโมยลูกชิ้นยืนกินมูลค่า 300 บาท ที่วางไว้บนตู้แช่หน้าร้าน เพื่อรอให้ลูกค้ามารับในเวลากลางคืน เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.39 น.วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา

โดย น.ส.ณิชชาวีณ์เล่าว่า มูลค่าลูกชิ้น 300 บาท ไม่ส่งผลกระทบต่อกิจการของร้าน แต่ไม่อยากให้ย่ามใจไปก่อเหตุอีก เพราะมีแม่ค้าในตลาดเคยถูกขโมยสิ่งของเป็นประจำ แต่ไม่มีใครแจ้งความ ส่วนหนึ่งเห็นใจเพราะมีลูกหลายคน แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นการก่อเหตุต่อหน้าเยาวชน ที่อาจจะเอาไปลอกเลียนแบบในสิ่งที่ไม่ดี จึงตัดสินใจไปแจ้งความ

ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ สามารถจับกุม นายบุญเที่ยง หรือธง (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ชาวบ้านหนองกระทิง ต.หนองกระทิง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ บุคคลในคลิปวงจรปิดมาสอบสวน

นายบุญเที่ยงให้การรับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุจริง สาเหตุที่ขโมยเพราะเห็นลูกชิ้นวางอยู่หน้าร้านไม่มีใครเฝ้า และร้านปิดแล้ว จึงเดินเข้าไปหยิบเอา ยอมรับหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวไม่ทัน ลูกชิ้นที่ได้ไปเอาไปทอดเป็นกับข้าวให้ลูก 4 คนกับภรรยาอีก 1 ฝากขอโทษเจ้าของร้านที่ทำไปเพราะจำเป็น

Advertisement

สอบถาม พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังทราบข่าวชุดสืบสวนได้แกะรอยและรู้ตัวคนร้ายก่อนที่ผู้เสียหายจะมาแจ้งความ แต่ต้องรอทำตามกระบวนการของกฎหมาย หลังผู้เสียหายมาแจ้งความจึงเข้าไปควบคุมตัวทันที

ยอมรับเห็นใจเพราะเป็นครอบครัวฐานะยากจน เมื่อหัวหน้าครอบครัวถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ ซึ่งเป็นความอาญาแผ่นดินยอมความไม่ได้ คนในครอบครัวที่เหลืออาจจะใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมากขึ้นหลังจากนี้

พ.ต.อ.จำรัสกล่าวด้วยว่า การที่นายบุญเที่ยงถูกจับกุมในครั้งนี้ อีกมุมหนึ่งถือเป็นการสอนและเตือนสติคนในครอบครัวของนายบุญเที่ยงที่เหลืออีก 5 คนได้เป็นอย่างดีว่า การกระทำแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่ดี ผิดกฎหมาย ทำไปแล้วต้องได้รับโทษ เด็กๆ จะไม่กล้าทำในลักษณะดังกล่าวอีก