รวบ แก๊งการ์ดผับดังพัทยา รุมตื้บนทท.สลบ ไหว้ขอโทษสังคม รับบันดาลโทสะ-ขาดความคิด
จากกรณีเกิดเหตุ กลุ่มการ์ดรุมทำร้ายนักท่องเที่ยวอย่างโหดร้ายทารุณ ทำให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความป่าเถื่อน ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2567 พ.ต.อ.นาวิน ธีรวิทย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ศิรชัช หนูเทศ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ชัยนรงค์ จิตตสุนทร สว.สส.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ต.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนท่องเที่ยวเมืองพัทยา ไปควบคุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งสามรายคือ นายบอล อายุ 27 ปี นายต้อม อายุ 36 ปี นายไอซ์ อายุ 24 ปี มาสอบสวนดำเนินคดียัง สภ.เมืองพัทยา
โดยผู้ก่อเหตุทั้งสามรายให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ที่นักท่องเที่ยวบันทึกไว้ได้จริง โดยนายบอลเปิดเผยเหตุการณ์ว่า ตนเองเป็นคนแรกที่ถูกนักท่องเที่ยวผลักและต่อยจนได้รับบาดเจ็บบริเวณดั้งจมูกเย็บถึงหกเข็ม ก่อนจะเกิดชุลมุนกันอย่างที่เห็นในคลิป ซึ่งพวกตนยอมรับว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุจริง ที่ทำลงไปเพราะบันดาลโทสะขาดความคิด พร้อมทั้งขอโทษสังคมกับสิ่งที่พวกตนกระทำลงไป

ด้าน พ.ต.อ.นาวิน ธีรวิทย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้อบรมกลุ่มผู้ก่อเหตุ เนื่องด้วยอาชีพการ์ดนั้น ต้องทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว มิใช่มาก่อเหตุเสียเอง ซึ่งการกระทำที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นการทำลายภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ในสิ่งที่การ์ดสมควรทำนั้นคือการระงับยับยั้ง แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ซึ่งเมื่อทำผิดแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินคดี ตามกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมทั้งฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ ให้กับผู้ประกอบอาชีพการ์ด ว่าในขณะการปฏิบัติหน้าที่ อย่าใช้อารมณ์เป็นใหญ่ ควรที่จะป้องกันเหตุ ไม่มีหน้าที่ที่จะไปทำร้ายใคร
เบื้องต้น พ.ต.อ.นาวิน ธีรวิทย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้สั่งการให้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งสามราย ซึ่งยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ตามกระบวนการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป
ขณะที่กล้องวงจรปิดซึ่งสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้ จากที่กลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังโวยวายใส่พนักงานแคชเชียร์ กระทั่งกลุ่มการ์ดเข้าไประงับเหตุ จนเกิดกระทบกระทั่งบานปลาย จนเป็นเหตุความรุนแรงดังกล่าว ซึ่งได้มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี


