2 สามีภรรยาหัวใส ดัดแปลงช่องลับ 6 ล้อบรรทุกของเก่า ซุก 32 แรงงานเถื่อน ถูกรวบคาด่านชายแดนสังขละบุรี
จากนโยบายของ พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภาค 7 ร้อยโททศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.9/ผบ.กกล.สุรสีห์ และ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ให้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเฝ้าระวังป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิดโดยเฉพาะขบวนการค้ายาเสพติดและขบวนการขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคม พ.อ.พงศ์พัฒน์ ห้องสินหลาก ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พ.อ.สุรเดช เมฆานุวงศ์ รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พ.ต.อ.ไพฑูรย์ ศรีวิลัย ผกก.สภ.สังขละบุรี พ.ต.อ.สุกิจ ก้องจตุศักดิ์ ผกก.ตชด.13 นายสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองด้วยการใช้รถ 6 ล้อบรรทุกของเก่าเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยใช้เส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 323 จากด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี มุ่งหน้าตัวเมืองกาญจนบุรี หลังจากได้รับแจ้ง จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจร่วมสะพานรันตี หมู่ 1 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด

จนกระทั่งพบรถ 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 83-4553 กาญจนบุรี บรรทุกกระสอบบิ๊กแบ๊กบรรจุของเก่ามาเต็มคันรถ ขับมาจากทางด้าน อ.สังขละบุรี เมื่อมาถึงด่านเจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณเรียกให้คนขับหยุดรถเพื่อขอตรวจค้น โดยการตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่รู้อยู่แล้วว่ารถบรรทุกคันดังกล่าวมีการเจาะช่องลับสำหรับเปิด-ปิดอยู่ใต้พื้นของรถ จึงไม่จำเป็นต้องรื้อถุงบิ๊กแบ๊กออกมา

โดยเจ้าหน้าที่ได้มุดเข้าไปด้านล่าง พร้อมกับใช้อุปกรณ์เคาะและตะโกนเรียกด้วยการใช้ไหวพริบว่าถึงจุดหมายแล้วให้ทุกคนลงมา แต่ก็ต้องใช้เวลานานอยู่พอสมควร แรงงานที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในห้องลับจะยอมเปิดแล้วลอดตัวออกมาใต้พื้นของตัวรถ นับรวมกันได้ จำนวน 32 คน เป็นชาย 19 คน หญิง 10 คน และเด็กที่เป็นลูกของแรงงานอีก จำนวน 3 คน

เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัว นายเพลิน (สงวนนามสกุล) คนขับ อายุ 49 ปี และ น.ส.ณัฐพร (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ภรรยา ชาว ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมรถบรรทุก 6 ล้อของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าแรงงานทั้งหมดหนีปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาที่เกิดขึ้นภายในประเทศ มาจากหลายหัวเมืองของเมียนมา ทั้งหมดต้องการเดินทางไปทำงานจังหวัดชั้นในของไทย โดยต้องจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้าที่เป็นคนชาติเดียวกัน 15,000-25,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง แรงงานบางรายจ่ายค่าหัวไปแล้วบางส่วน แต่แรงงานบางรายจะจ่ายให้ก็ต่อเมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

สำหรับผู้ต้องหาที่เป็นผู้นำพาชาวไทยคือ นายเพลิน และ น.ส.ณัฐพร สองสามีภรรยา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อกล่าวหา “ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยเหลือ หรือช่วยด้วยประการใดแก่คนต่างด้าวซึ่งรู้ว่าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นโทษจากการจับกุม” ส่วนกลุ่มแรงงานถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย”





