รวบสาวเพื่อนบ้าน ย่องขโมยเงินยายตาบอด เจ้าตัวโวยตร. ลั่นไม่ได้ทำ แม้หลักฐานมัดแน่น
นครพนม ชุดสืบสวน สภ.หลักศิลา บุกรวบคาบ้าน หญิงตีนแมว อายุ 36 ปี สุดแสบ ย่องขโมยเงินยาย 80 ปี เพื่อนบ้าน อาศัยอยู่ลำพัง ย่ามใจก่อเหตุซ้ำ เจอหลานชายผู้เสียหาย ติดวงจรปิดเป็นหลักฐานมัด ยังปากแข็งไม่ยอมรับสารภาพ อ้างไม่ใช่ตนเอง พบหลักฐาน เสื้อผ้าก่อเหตุคาบ้าน ตำรวจคุมตัวแจ้งข้อหาลักทรัพย์ มั่นใจไม่ผิดตัว ยายผู้เสียหาย ขอให้เอาผิดถึงที่สุด เป็นภัยสังคม
จากกรณีหญิงชราตายบอดรายหนึ่ง อยู่บ้านกำลังนั่งเช็ดถูพื้นบ้านของตัวเอง แต่จู่ๆ ก็มีหญิงสาวปริศนาเดินมาส่องเข้ามาจากหน้าประตูบ้าน สักพักจึงเดินเข้าไปหยิบสิ่งของบางอย่างแล้วรีบออกจากบ้านไปทันที ซึ่งหลายวอนตำรวจเร่งตามจับคนร้าย หวั่นยายที่พิการทางสายตาไม่ปลอดภัยนั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง วงจรปิดจับชัด! สาวย่องขโมยของยายตาบอด แจ้งความเรื่องไม่คืบ หลานหวั่นไม่ปลอดภัย
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ต.อ.คณพศ พนมชัย ผกก.สภหลักศิลา อ.ธาตุพนม จ.นครพนม มอบหมายให้ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ พวงเพชร สารวัตรสืบสวน สภ.หลักศิลา ระดมกำลังชุดสืบสวน ประสานงานร่วมกับ นายวิชัย รอดคลองตัน อายุ 66 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมันหย่อน หมู่ 3 ต.แสนพัน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามจับกุมคนร้ายย่องขโมยกระเป๋าเงินคุณยายทอง อายุ 80 ปี ตรวจสอบพฤติกรรมมีการก่อเหตุถึงสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อประมาณวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา มีกระเป๋าเงิน พร้อมเงินสดจำนวน 2,000 บาท รวมถึงโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง สูญหาย แต่ไม่มีหลักฐานเอาผิด ส่วนครั้งที่สอง ก่อเหตุเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม มีภาพหลักฐาน ทรัพย์สินเงินสด 60 บาท หลังหลานชายผู้เสียหาย นำมาติดตั้งหวังเก็บหลักฐาน ดำเนินคดีคนก่อเหตุ จนกระทั่งก่อเหตุซ้ำ มีภาพหลักฐานวงจรปิดชัดเจนเป็นหญิงร่างท้วม สวมชุดเสื้อยืดสีชมพูกางเกงขาสั้น ตรวจสอบเป็นหญิงเพื่อนบ้าน
จนกระทั่ง พ.ต.ท.สุรศักดิ์ พวงเพชร สารวัตรสืบสวน สภ.หลักศิลา นำชุดสืบสวน พร้อมหลักฐาน คลิปวงจรปิด ตรวจสอบยืนยัน พบหลักฐานรูปพรรณ ตรงกับเพื่อนบ้าน มีบ้านพักติดกัน คือ นางสาวจริยา พุทธวงศ์ อายุ 36 ปี ตรวจค้นบ้านพัก พบหลักฐานเสื้อที่สวมใส่ก่อเหตุและกางเกงขาสั้นสีชมพู แต่ไม่พบของกลางที่สูญหายกระเป๋าเงินของผู้เสียหาย

นอกจากนี้ในส่วนผู้ต้องสงสัยที่พบหลักฐานในการก่อเหตุ ได้ปฏิเสธกับเจ้าหน้าที่อ้างว่า ไม่ใช่ตนในคลิปวงจรปิด และแสดงอาการไม่พอใจกับทางตำรวจ อย่างไรก็ตาม ตำรวจมีหลักฐานชัดเจน จึงได้ตรวจสอบเก็บหลักฐาน คุมตัวไปสอบสวนดำเนินคดีที่โรง สภ.หลักศิลา
สอบถามเพื่อนบ้าน ระบุว่าปกติ ยายทอง อายุ 80 ปี อาศัยอยู่กับหลานชาย เนื่องจากลูกไปทำงานต่างจังหวัด ส่วนสามีเสียชีวิตแล้ว โดยยายทอง อายุ 80 ปี มีสายตาพร่ามัวเพราะโรคชรา แต่ลูกทำงานอยู่ กทม.จะฝากเงินไว้ให้ใช้จ่าย และดูแลหลาน ซึ่งมีเพื่อนบ้านคอยดูแลตามประสาชาวบ้าน จนกระทั่งเพื่อนบ้านมีพฤติกรรมฉวยโอกาสขโมยเงิน เนื่องจากช่วงกลางวันใหญ่ผู้เสียหายอยู่คนเดียว โดยก่อนหน้านี้มีการก่อเหตุครั้งแรก แต่ไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ หลานชายจึงนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งบันทึกเป็นหลักฐาน ทำให้ผู้ก่อเหตุย่ามใจก่อเหตุซ้ำ และมีหลักฐานมัดตัวชัด
โดยสอบถามยายทอง ผู้เสียหาย ยืนยันว่าต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด กลัวเป็นภัยสังคม เชื่อว่าตกงานไม่มีรายได้ เห็นยายผู้เสียหายอยู่คนเดียว จึงก่อเหตุนำเงินไปใช้จ่าย กินเที่ยว เพราะไม่มีงานเป็นหลักแหล่ง
ด้าน พ.ต.อ.คณพศ พนมชัย ผกก.สภหลักศิลา เปิดเผยว่า ถึงแม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ สุดท้ายจนมุมด้วยหลักฐานคลิปวงจรปิด รวมถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ เบื้องต้นแจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเคหะสถานเวลากลางวัน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป มั่นใจมีหลักฐานเอาผิดเพียงพอ ส่วนการตรวจหาสารเสพติดไม่พบ


