สาวหูหนวก วัย 22 ขอความช่วยเหลือ ถูกแม่-พ่อเลี้ยงทำร้าย แม่แจงอีกมุม ดุด่าเพราะรัก
จากกรณีเพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part6 ได้โพสต์ข้อความนักศึกษาหญิงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ชั้นปีที่3 เป็นผู้พิการทางการได้ยิน ถูกแม่แท้ๆและพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเกิดเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.40 น.ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังเกิดเหตุยายได้ไปรับมาอยู่ที่บ้านยายในเขตพื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย สภ.บางบัวทอง พร้อมด้วย นายสราวุธ พรรณเภรี ปลัดอำเภอศูนย์ดำรงธรรม อ.บางบัวทอง และนายพงษภัทร แสงพิทูร หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนนทบุรี นายนคร ขาวเหลือง กำนันตำบลพิมลราช ได้เดินทางเข้าตรวจสอบ โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พบ น.ส.มาย อยู่ที่บริเวณชั้นล่าง มีอาการหวาดผวาและหวาดกลัวผู้เป็นแม่อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังร้องไห้ตลอดเวลา ขณะที่ตามร่างกายมีรอยข่วนที่ขาข้างซ้าย และรอยฟกช้ำตามเเขนหลายแห่ง

น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เป็นแม่กล่าวว่า มีเงินโอนเข้ามา จึงถามว่าลูกเงินนี้คือเงินอะไร ปะป๊าโอนมาให้ 1,000 บาท ช่วยค่าหออันนี้ตนรู้แล้ว อีกอันคือเงินที่ทวดโอนมาเขาก็บอก แล้วอีก 600 บาท คือเงินอะไรซึ่งเขาก็ไม่บอก เงียบไปเลย ตนเลยถามว่าทำไมไม่ตอบ โทรศัพท์ก็ถืออยู่ในมือ โดยเขาทำสีหน้าไม่ดีและหงุดหงิดใส่ จนกระทั่งตนเองเดินเข้ามาในห้อง เขาก็ยังนอนเล่นโทรศัพท์และบอกไม่ต้องยุ่ง และใช้คำไม่ดีพูดกับตน ตนจึงบอกว่าถ้าพูดไม่ดี พิมพ์ไม่ดีอย่างนี้จะยึดโทรศัพท์ไม่ให้เล่นโทรศัพท์อีก ตนจึงเข้าไปแย่งโทรศัพท์มา ไม่ได้มีการกระทืบไม่ได้ทำอะไร ดูจากตัวเขาได้ถ้าตนทำอะไร ตัวเขาต้องมีรอยแผลแล้ว มีรอยช้ำแล้ว
น.ส.เอ กล่าวอีกว่า แล้วเขาก็บอกว่าแม่บ่น เพราะตนเป็นแม่ เลี้ยงมาคนเดียว ถ้าเขาดื้อคนเป็นแม่ก็ต้องดุ ตอนนี้ลูกจะขึ้นปี 3 แล้ว บอกให้เขาตั้งใจเรียน ไม่อยากให้โพสต์นู่นนี่นั่นเดี๋ยวจะมีปัญหากับมหาวิทยาลัย มีอะไรก็คุยกันไม่ใช่มาโพสต์ แล้วเขาจะวิ่งหนีออกจากบ้านแฟนตนก็จับไว้ เพราะข้างนอกมีคนเยอะ จึงให้เข้ามาเคลียร์ในบ้านไม่ได้มีอะไรเลย แต่ทุกครั้งที่เขาหงุดหงิด โมโห เขาก็จะทำหน้าทำตาไม่ดีใส่ บางครั้งก็บอกกับเขา ว่าตนเองเป็นแม่ทำไมไม่พูดดีๆ ไม่ใช่ไปถึงจะพูดไม่ดีกับลูกมันไม่ใช่ คนเป็นเเม่ยังไงก็รักอยู่แล้ว ไม่ใช่จะต้องมาโมโหใส่กันตลอดเวลา อยากให้เขาปรับตัว ซึ่งเราได้ปรับจูนกันมาเยอะแล้ว ซึ่งเขาเองก็ดีขึ้น แต่เรื่องใจร้อน เรื่องชอบโพสต์มันเหมือนกับว่ายังแก้ไม่ได้ ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำยังไง

น.ส.เอ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยทำร้ายด้วยการกระทืบหรือทำรุนแรงอะไร ดุบ่นว่าปกติ เพราะเวลาให้ทำอะไรเขาจะเฉยไม่ทำ พอไปพูดเยอะๆ เขาก็รำคาญโมโห ถามว่าเคยทำร้ายไหม ไม่เคย ถามเพื่อนบ้านได้ พาลูกไปเที่ยวตลอด ไม่มีหรอกเรื่องที่จะมาทำรุนแรงกับลูก ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด คุณยายช่วยเลี้ยงบ้าง ถ้าตนไม่รักก็คงเอาออกไปแล้ว ตั้งแต่เขาคลอดมาหมอก็บอกลูกอาจจะไม่ครบนะ ตนยังไม่เอาออกเลย เลือกที่จะเอาลูกไว้
น.ส.เอ กล่าวอีกว่า ตามกล้องวงจรปิดเขาจะวิ่งออกไปข้างนอก แฟนก็เลยดึงตัวเขาไว้ แต่เขาอุ้มลูกคนเล็กอยู่ ตนวิ่งไปอุ้มลูกคนเล็กมา จนกระทั่งดึงตัวเข้ามานั่งคุยกันข้างใน แค่ถามเรื่องที่มีเงินโอนเข้ามาเพราะกลัวจะเป็นมิจฉาชีพ เพราะอยู่ดีๆ มีเงินโอนเข้ามาจึงถามว่าเงินใคร ไม่ได้จะไปเอาเงินเขา แค่ถาม เขาบอกว่าเป็นบัญชีส่วนตัวแล้วทำหงุดหงิดใส่ตน ซึ่งตนก็งง แค่ถามเรื่องเงินแค่นี้ ตอนอารมณ์ดีเขาก็ทำทุกอย่างปกติ ขอยืนยันว่าไม่เคยทำร้ายร่างกาย แต่เขาใช้คำพูดไม่ถูก หาว่าแม่ทำร้ายร่างกาย แม่ชอบว่า ไม่มีใครอยากจะทำร้ายลูก ถ้าหน่วยงานต่างๆ จะมาตรวจสอบไม่ได้มีความกังวลเลย แค่อยากให้เขาคิดให้ดีๆ ไม่ใช่มีอะไรก็เอาไปโพสต์ เหมือนเขาต้องการเรียกร้องความสนใจ
เขามีปัญหาทางการได้ยินมาตั้งแต่เกิด เพราะหมอเคยแจ้งล่วงหน้าก่อนคลอดแล้วจะยุติการตั้งครรภ์ก็ได้ แต่ตนก็เก็บเขาไว้ เพราะท้องแล้วก็ไม่อยากเอาเขาออก จนพอเขา 9 เดือนจึงรู้ว่าเขาหูหนวก ก็ใส่เครื่องช่วยฟังมาเรื่อยๆ แต่พอเขาเริ่มโตเป็นวัยรุ่นบางทีคุยกันไม่ค่อยเข้าใจ แต่จะเป็นเฉพาะเวลาเขาอารมณ์ไม่ดี

ด้าน ล่ามภาษามือ ซึ่งเป็นอาจารย์ของ น.ส.มาย ได้วิดีโอคอลพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นทางโทรศัพท์ โดยกล่าวว่า ขณะนี้ น.ส.มาย อยู่ที่บ้านยาย สาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นคือแม่จะมาขอดูบัญชีธนาคารแล้วตนไม่ให้ เพราะว่ามันเป็นเงินของเขา แม่เขาเลยโกรธ แม่เขาจึงมาทำร้ายโดยใช้เท้าถีบ แล้วป๊าก็เข้ามาดึงตัว เพราะจะออกจากบ้านไปหาเพื่อน เพราะตนจะหนีออกจากบ้าน ที่ผ่านมาป๊ากับแม่ทำร้ายร่างกายตนตลอด ตอนนี้อยากอยู่กับเพื่อนที่มหาวิทยาลัย ไม่อยากอยู่กับแม่แล้ว เพราะถูกแม่ทำร้ายมาตั้งแต่เล็กจนโต คอยยุ่งกับตนเองตั้งแต่เล็กจนโต ถ้าไปอยู่กับเพื่อนจะสบายใจกว่า เพราะจะไม่มีใครมาว่า ไม่มีใครมาทำร้าย ตั้งแต่เล็กจนโตจำได้ว่าแม่ก็ไม่ค่อยได้เลี้ยง
นายพงษภัทร แสงพิทูร หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นจะประเมินครอบครัวก่อน ว่าสภาพครอบครัวของเด็กดังกล่าวเป็นอย่างไรบ้าง และจะดูข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเด็กและครอบครัวด้วยว่าเป็นอย่างไร ถ้าสมมุติว่าเกี่ยวกับเรื่องการทำร้ายร่างกาย จะดูเรื่องของบาดแผล ตอนนี้แยกเด็กสอบอยู่และกำลังให้เขาคุยผ่านล่าม โดยการ video call ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วคุยกับทางแม่ว่าเป็นอย่างไร เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหา โดยข้อเท็จจริงสภาพครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้แม่และลูกมีความเข้าใจกันมากขึ้น ส่วนเรื่องที่เด็กจะไปอยู่ข้างนอก จะต้องคุยกับเด็กอีกทีว่าเป็นอย่างไร แล้วจะหารือร่วมกันอีก เบื้องต้นต้องปรับความเข้าใจระหว่างแม่กับลูกก่อน แต่ประเด็นก็คือสภาพของเด็กมีความพิการทางการสื่อสารการได้ยิน อย่างไรก็ตาม จะต้องคุยกับเด็กอย่างละเอียดก่อน


