หน้าแรก ภูมิภาค ทหารรวมตัวร้อ...

ทหารรวมตัวร้องทุกข์ ถูกหลอกซื้อบ้านทับซ้อนป่าสงวนฯ เข้าอยู่ไม่ได้ ซ้ำต้องผ่อนทุกเดือน  

29.05.24 | 23:06 น.

ทหารรวมตัวร้องทุกข์ ถูกหลอกซื้อบ้านทับซ้อนป่าสงวนฯ เข้าอยู่ไม่ได้ ซ้ำต้องผ่อนทุกเดือน  

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการทหาร กองทัพภาคที่ 3 จังหวัดทหารบกพิษณุโลก ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกซื้อบ้านจัดสรรทับซ้อนเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เขตพื้นที่ อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร รวมตัวกันเพื่อเข้าพบ ร.ต.ท.ธนะวัฒน์ นัดดา ทำหน้าที่ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายทหารและเจ้าของโครงการ รวมทั้งกรมสวัสดิการทหารบก หลังถูกหลอกให้ซื้อบ้านในโครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ใน ต.พรานกระต่าย อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร มีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก จำนวน 209 แปลง ต่อมาทราบภายหลังว่า บ้านพร้อมที่ดินดังกล่าวสร้างทับซ้อนกับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า โครงการดังกล่าวอยู่ในระหว่างระงับการขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าว พร้อมกันนี้ได้แจ้งส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามที่เคยร้องเรียนไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่เรื่องดังกล่าวกลับเงียบหาย ที่สำคัญผู้เสียหายทั้งหมด ยังต้องรับภาระผ่อนชำระค่าบ้านเป็นรายเดือน โดยถูกหักจากบัญชีแต่ละรายไม่ต่ำกว่า หลักหมื่น แต่กลับเข้าอยู่อาศัยไม่ได้แม้แต่หลังเดียว

ขณะที่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่4 (ตาก) ได้ขอให้สำนักงานที่ดินอำเภอพรานกระต่าย ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. ทั้ง 209 แปลง ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า โฉนดที่ดินจะต้องถูกเพิกถอนหรือไม่ ปัญหานี้ยืดเยื้อมานานกว่า 6 ปี หากยังไม่มีข้อยุติ ผู้เสียหายยังต้องรับภาระหนี้ผ่อนค่าบ้านในแต่ละเดือนที่เกิดจากการกู้จากสถาบันการเงินต่าง ๆ

Advertisement

ทางด้านผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ซื้อบ้านที่มีที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวน ซึ้งได้ดำเนินการร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตั้งแต่ปี 2562 แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่มีใครออกมาช่วยแก้ปัญหา ส่งผลให้ตนและผู้เสียหายรายอื่นๆ ได้รับความเดือดร้อน จะต้องเสียงเงินค่าทนายความ ค่าขึ้นโรงขึ้นศาล ร่วมถึงค่าเดินทางแต่ละครั้งมาที่จังหวัดกำแพงเพชร เนื่องจากผู้เสียหายส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด ทำให้เสียเวลามีภารระหนี้สินเพิ่ม

ส่วนที่ดินตรงนี้ก่อนซื้อทุกคนเข้าใจว่า ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะว่าเป็นของหน่วยงานราชการ ซึ่งหมีหน่วยงานราชการ ระหว่างส่วนหน่วยงานราชการเป็นพยานจำนอง เลยตัดสินใจซื้อไว้ในเวลานั้น พอมาขึ้นศาลแล้วจึงทราบว่ามีเงินทอนเข้ามา จำนวน 1,500,000 บาท ที่ทำจดจำนองไว้ในหน่วยงานราชการหนึ่ง

แต่คำให้การของคนที่เอามาขาย บอกคืนเงินให้ตนมา 700,000 บาท ตนยืนยันว่าไม่เคยได้รับเงินส่วนนั้น ทำให้ได้รับความเดือนร้อน จึงมาแจ้งความไว้เพื่อไม่ให้คดีความหมดอายุ ซึ่งที่ดินแปลงนี้มีผู้เสียหาย 30-40 คน จำนวนเงินถือว่าเยอะมาก ผู้เสียหายส่วนใหญ่รับราชการทหาร จึงอยากให้ผู้บังคับบัญชาลงมาดูและให้ความช่วยเหลือ ขณะนี้เงินเดือนราชการยังถูกหักตลอดทุกเดือน แต่ไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยบ้านได้

ทางด้านผู้เสียหายรายหนึ่ง (สงวนชื่อ-นามสกุล) เปิดเผยว่า ซื้อบ้านที่มีที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวน ซึ่งได้ดำเนินการร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตั้งแต่ปี 2562 แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย ไม่มีใครออกมาช่วยแก้ปัญหา ส่งผลให้ตนและผู้เสียหายรายอื่นๆ ได้รับความเดือดร้อน จะต้องเสียงเงินค่าทนายความ ค่าขึ้นโรงขึ้นศาล ร่วมถึงค่าเดินทางแต่ละครั้งมาที่จังหวัดกำแพงเพชร

เนื่องจากผู้เสียหายส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด ทำให้เสียเวลามีภารระหนี้สินเพิ่ม ส่วนที่ดินตรงนี้ก่อนซื้อทุกคนเข้าใจว่า ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะว่าเป็นของหน่วยงานราชการ ซึ่งหมีหน่วยงานราชการ ระหว่างส่วนหน่วยงานราชการเป็นพยานจำนอง เลยตัดสินใจซื้อไว้ในเวลานั้น พอมาขึ้นศาลแล้วจึงทราบว่ามีเงินทอนเข้ามา จำนวน 1,500,000 บาท ที่ทำจดจำนองไว้ในหน่วยงานราชการ

ขณะที่ผู้เสียหายบางส่วนที่เดินทางมาแจ้งความ อยากให้ศาลมีคำสั่งระงับการจ่ายเงินไว้ก่อนจนกว่าเรื่องจะสิ้นสุด เนื่องจากถูกหักเงินเดือนทุกเดือน ทำให้ได้รับความเดือนร้อนเรื่องค่าครองชีพ