หน้าแรก ภูมิภาค กรมศิลป์ รุดต...

กรมศิลป์ รุดตรวจโครงกระดูกมนุษย์โบราณ-ภาชนะพิมายดำ เตรียมเก็บข้อมูลหาช่วงอายุ

30.05.24 | 16:15 น.

กรมศิลป์ ตรวจโครงกระดูกมนุษย์โบราณ หลังเจอในสำนักงานสิ่งแวดล้อมโคราช เตรียมเก็บข้อมูลหาช่วงอายุ

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา (หลังเก่า) ถ.พลล้าน ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา พร้อมด้วย นายธนัญชัย วรรณสุข ผู้อำนวยการสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 (นครราชสีมา) และนายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ และซากภาชะดินเผาที่ถูกขุดค้นพบขณะเจ้าหน้าที่กำลังขุดค้นหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ บริเวณพื้นที่ปรับภูมิทัศน์ ภายในสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา (หลังเก่า) ซึ่งอยู่ติดกับคูเมืองในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ตามแผนดำเนินงานการปรับปรุงภูมิทัศน์เป็นสวนสาธารณะของเทศบาลนครนครราชสีมา ที่ร่วมกับกรมศิลปากร ว่า จะต้องมีการดำเนินการทางโบราณคดี ก่อนมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวทางกายภาพพื้นที่มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์

Advertisement

โดยนายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เปิดเผยว่า กรณีชุมชนหรือเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ จำเป็นต้องดำเนินการขุดสำรวจเพื่อศึกษาก่อนดำเนินการก่อสร้างอาคาร เพื่อที่จะได้มีการศึกษาเรียนรู้พื้นที่ดังกล่าว ว่ามีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ และได้รู้ถึงต้นกำเนิดของเมืองนครราชสีมา ซึ่งการขุดค้นพบในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขุดตามแนวกำแพงเมืองเก่า ระดับความลึก 180 เซนติเมตร พบโครงกระดูกมนุษย์ 2 โครง ไม่ทราบเพศ เนื่องจากการตรวจสอบเพศนั้น จะตรวจสอบจากกระดูกเชิงกราน แต่ทั้ง 2 โครงกระดูกที่พบ กระดูกเชิงกรานไม่สมบูรณ์ จึงยังไม่สามารถระบุเพศได้ โดยโครงกระดูกแรกพบอยู่ในลักษณะนอนหงายเหยียดยาวหันศีรษะไปทางทิศตะวันตก ส่วนโครงกระดูกที่ 2 ลักษณะกะโหลกศีรษะถูกตัดวางอยู่บริเวณลำตัว คาดว่า จะเป็นโครงกระดูกเด็ก มีเศษเครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบ เศษกระเบื้อง กระดูกสัตว์ รวมทั้ง ภาชนะแบบพิมายดำวางอยู่รอบโครงกระดูก

ซึ่งกระดูกทั้ง 2 ชิ้น น่าจะถูกฝังจากกิจกรรมการฝังศพของคนสมัยโบราณ และมีอายุประมาณ 1,500 -2,500 ปี โดยน่าจะเป็นมนุษย์ที่อาศัยอยู่ก่อนการก่อตั้งเมืองนครราชสีมา อย่างไรก็ตาม คงต้องมีการขุดเพิ่มเติมและนำดินในบริเวณดังกล่าวไปตรวจสอบในห้องแล็ป เพื่อหาค่าทางวิทยาศาสตร์ และเพื่อตรวจสอบว่า ดินในพื้นที่นั้นได้สัมผัสแสงอาทิตย์ครั้งล่าสุดเมื่อใด ซึ่งจะทำให้เราสามารถย้อนเวลาได้ว่า โครงกระดูทั้ง 2 โครง ถูกฝังตั้งแต่ช่วงเวลาใด

คาดการณ์ว่า ในอดีตพื้นที่ดังกล่าว น่าจะเป็นพื้นที่ฝังศพขนาดใหญ่ และเมืองนครราชสีมาในช่วง 1,500-2,500 ปีน่าจะเป็นบึงขนาดใหญ่ และมีชุมชนตั้งอาศัยอยู่รอบบึงเป็นจำนวนมาก ก่อนจะมีการก่อตั้งเมืองนครราชสีมา” นายทศพร กล่าว