หน้าแรก ภูมิภาค แม่ชายถูกสังห...

แม่ชายถูกสังหารโหด หมกคอนโด ไม่เชื่อลูกชาย ไปโกงเงิน ลั่นอีกฝ่ายจะพูดอะไรก็ได้

31.05.24 | 18:34 น.

แม่ชายถูกสังหารโหด หมกคอนโด ไม่เชื่อลูกชาย ไปโกงเงิน ลั่นอีกฝ่ายจะพูดอะไรก็ได้

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่ สภ.เมืองนนทบุรี นางบรรจง เขียวอ่อน อายุ 77 ปี แม่ พร้อมด้วย นายฉัตรชัย ทองอ่อน พี่ชาย และ น.ส.อิสริยา ทองอ่อน อายุ 24 ปี หลานสาวของนายไพศาล ทองอ่อน อายุ 54 ปี ผู้ตาย ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนหลังจากที่ตำรวจสามารถจับกุมนายภูริณัฐ กาญจนาบรรยงค์ อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุ ที่ฆาตกรรมโหดได้แล้ว

นางบรรจงกล่าวว่า เมื่อรู้ว่าตำรวจสามารถจับคนร้ายได้แล้วยอมรับว่ารู้สึกโล่งใจมาก และดีใจที่เอาตัวคนผิดมาลงโทษ โดยตัวของแม่นั้นไม่เคยเห็นตัวของนายภูริณัฐมาก่อนเลย และก็ไม่ทราบว่าลูกชายทำธุรกิจกับใครบ้าง เพราะเขาไม่เคยเล่าให้ฟัง แต่ที่มีประเด็นว่าอีกฝ่ายอ้างว่าลูกชายทำธุรกิจและไปโกงเงินนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ลูกชายมีแต่จะให้ด้วยซ้ำ ลูกชายเป็นคนไม่ได้มีนิสัยคดโกงใคร และขอยืนยันว่า ลูกชายไม่มีหนี้สินที่ไหนด้วย เชื่อว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรก็ได้ เพราะว่าคนตายได้ตายไปแล้ว

“หลังจากที่จับได้แล้วแม่ก็อยากให้อีกฝ่ายมาขอขมา ส่วนจะให้อภัยหรือไม่นั้นตอบไม่ได้ และอยากให้คนร้ายถูกดำเนินคดีถึงที่สุด ส่วนหลังจากนี้ก็จะประสานวัดเพื่อทำพิธีกรรมทางศาสนาต่อ เนื่องจากว่าสามารถจับกุมคนก่อเหตุได้แล้ว ก็คิดว่าวิญญาณของลูกน่าจะไปสู่สุคติ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าเห็นวิญญาณของลูกชายเดินตามผู้ก่อเหตุไป

Advertisement

ที่ผ่านมาลูกชายเป็นคนโกรธใครแล้วโกรธแรง เลยคิดว่าในช่วงเวลานั้นเขาคงอยากได้รับความยุติธรรม เมื่อ 2 วันก่อนแม่เลยได้จุดธูปบอกลูกชายว่า ขอให้สามารถจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เมื่อวันนี้จับได้แล้วคิดว่าวิญญาณลูกชายน่าจะสงบสุข สุดท้ายนี้อยากถามคนร้ายว่าทำไมถึงได้ใจร้ายขนาดนี้“ นางบรรจงกล่าว

ด้าน น.ส.อิสริยากล่าวว่า ตนทราบว่าเงินหายออกไปจากบัญชีของอาประมาณ 1 ล้านกว่าบาท โดยหลังจากที่อาเสียชีวิตคนร้ายได้แอบอ้างใช้ไลน์ของคนตายส่งข้อความมาหาตน ก่อนจะขอให้ส่งเอกสารทางธุรกิจ กระเป๋าเงิน ส่งมาให้หน่อย หลานสาวก็ได้จ้างไรเดอร์เป็นคนนำสิ่งของเหล่านี้ไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อไรเดอร์ไปส่งแล้วและส่งภาพมาให้ดู

ปรากฏว่าจากที่ดูนั้นมันเหมือนไม่ใช่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่เป็นแถวลาดพร้าว ขณะที่ไรเดอร์เองก็ได้ส่งรูปยืนยันว่าได้ส่งของให้กับผู้รับเรียบร้อย ก็เห็นชายใส่เสื้อฮู้ดสีดำพร้อมกับสวมใส่แมสก์และแว่นตาสีดำ ยอมรับว่าตอนนั้นก็ไม่ได้ระแคะระคายอะไรเพราะคิดว่าน่าจะเป็นอาของตัวเอง สุดท้ายมารู้ภายหลังว่าไม่ใช่

ขณะที่นายฉัตรชัยกล่าวว่า มั่นใจว่าน้องชายของตัวเองไม่มีหนี้สิน และอยากให้คิดถึงหลักความเป็นจริงว่า คนก่อเหตุอายุ 27 ปี ตอนอยู่ในลิฟต์ครั้งสุดท้ายก็พูดขึ้นมาว่าไม่มีเงิน แล้วแบบนี้จะไปทำธุรกิจได้ยังไง ส่วนรู้จักเป็นการส่วนตัวหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ส่วนที่มีกระแสว่าน้องชายของตนคบหากับคนก่อเหตุหรือไม่นั้น มองว่าน้องของตนจะคบกับคนอายุน้อยกว่าเหรอ แต่ถ้าหากเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันอันนี้ก็อาจจะใช่

ผู้ตายเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวมาก ขนาดไปจีนก็ยังไม่จ้างคนยกกระเป๋าเลย แบกเองทำเองมาตลอด เขาหาเงินของเขาเองทุกอย่าง ตนจึงไม่เชื่อว่าน้องของตนมีหนี้สิน มองว่าตอนนี้คนร้ายจนมุม ก็ต้องหาข้ออ้าง ทำธุรกิจด้วยกันในที่นี้คนก่อเหตุอาจจะเป็นลูกน้องของน้องชายตนก็ได้ มาขอเงินแล้วน้องไม่ให้ จึงทำร้ายน้องของตน เพราะลักษณะการถูกแทง 15 แผล อีกฝ่ายต้องทรมานน้องของตนมาก คิดว่าน่าจะเป็นการคาดคั้นจนสุดท้ายน้องของตนได้เสียชีวิต

ตอนนี้ทางครอบครัวติดใจเรื่องการซื้อทอง คนร้ายได้นำโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปสแกน QR Code ซื้อทองคำที่ร้านทองแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว ล้านกว่าบาท โดยคนร้ายได้สวมบัตรประชาชนของผู้ตาย และอ้างกับเจ้าของร้านทั้ง 2 แห่งว่าตนเองไปศัลยกรรมมา จึงทำให้หน้าตาตัวจริงไม่เหมือนในบัตร และมองนิติบุคคลของคอนโดว่าเหตุเกิดแล้วทำไมถึงไม่แจ้งตำรวจและธนาคารด้วย ตนดำเนินการฟ้องอย่างแน่นอน เพราะมองว่ามันหละหลวมเกินไป

เคสดังกล่าวมองว่ามันเป็นกรณีตัวอย่างให้สังคมได้ กว่าที่จะจ่ายเงินหลักล้านได้มันต้องมีขั้นตอนการยืนยันตัวตนหลายอย่างถึงจะสามารถซื้อทองได้ แต่ในกรณีนี้เห็นแก่การขายทองมากเกินไปหรือเปล่า เพราะว่าเวลาอีกฝ่ายไปทำธุรกรรมการเงินก็สวมใส่เสื้อฮู้ดและปิดแมสก์ ใส่แว่นดำปิดบังใบหน้าตลอดเวลา แต่ก็สามารถทำธุรกรรมได้ ในขณะที่ แอพพ์ธนาคารเวลาที่เราจะโอนเงินในจำนวนมากยังต้องสแกนหน้าเลย หรือทำทุกอย่างเพื่อยืนยันตัวตน แต่กรณีที่เกิดขึ้นเหมือนแหกกฎ