หน้าแรก ภูมิภาค แม่ โฟร์-ภูริ...

แม่ โฟร์-ภูริณัฐ ผู้ต้องหาคดีฆ่าปาดคอ หมกคอนโด เผยลูกชาย ไม่ได้ตั้งใจฆ่า ป้องกันตัว

31.05.24 | 20:56 น.

แม่ โฟร์-ภูริณัฐ ผู้ต้องหาคดีฆ่าปาดคอ หมกคอนโด เผยลูกชาย ไม่ได้ตั้งใจฆ่า ป้องกันตัว

จากกรณีเมื่อคืนวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกแทงเสียชีวิต 1 ราย ภายในคอนโดสูง 8 ชั้น ภายในห้องหนึ่ง ที่ชั้น 6 บริเวณห้องครัว พบศพชายเสียชีวิต 1 ราย (ยังไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) อายุประมาณ 54 ปี สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต ถูกปิดทับด้วยหมอน ผ้าห่มจำนวนมาก สวมเสื้อยืด ใส่กางเกงขาสั้น พบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมบริเวณคอและตามร่างกายหลายแห่ง ประมาณ 10 กว่าแผล นอนจมกองเลือดอยู่ ตรวจสอบภายในห้องคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-5 วันนั้น

ต่อมาตำรวจได้เบาะแสชายต้องสงสัย วงจรปิดจับภาพแท็กซี่ไปเช่าโรงแรมหรู พบใช้เอกสารการเข้าพักของคนอื่น โดยเจ้าหน้าที่เร่งแกะรอยล่าตัว พบหนีไปพัทยาและไปโผล่ยัง จ.ประจวบคีรีขันธ์

31 พ.ค.67 ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.1 นำกำลังควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยตามภาพจากกล้องวงจรปิดของคอนโดมิเนียม โดยตามแกะรอยติดตามจนทราบว่าเป็นใคร จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนและติดตามล็อกตัวได้ที่บ้านของคนใกล้ชิดคนหนึ่งใน อ.เมือง จ.ชุมพร ขณะหลบหนีลงภาคใต้ โดยผู้ต้องสงสัยทราบชื่อนายภูริณัฐ อายุ 27 ปี จบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยของรัฐชื่อดัง

Advertisement

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 1 ได้แกะรอยตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ โดยทราบเส้นทางการหลบหนี พบว่า ได้จ้างวานรถแท็กซี่ จาก จ.ชลบุรี ให้ไปส่งที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แล้วโดยสารรถทัวร์ต่อมาลงที่บริเวณสี่แยกปฐมพร อ.เมืองชุมพร

จากนั้นได้โทรศัพท์ให้ญาติ ได้ใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีขาว มารับไปยังบ้านญาติซึ่งเป็นอดีตผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่ง ที่ ม.4 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งห่างจากสี่แยกปฐมพร เพียง 20 กม. โดยบ้านของอดีตผู้นำท้องถิ่นรายนี้ อยู่ห่างจากถนนเพชรเกษม สายชุมพร-ระนอง เส้นทางเข้า จ.ชุมพร เพียง 400 เมตร เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ปลูกในสวนทุเรียนกว่า 10 ไร่

ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 1 ได้สะกดรอยตามไปจับได้หลังจากที่สืบแน่ชัด จึงวางกำลังกระจายบุกเข้าตรวจค้นจับกุมได้โดยละม่อม พร้อมยึดของกลางเป็นทองแท่งจำนวนมาก ก่อนนำตัวนายภูริณัฐ หรือนายพอตเตอร์ อายุ 27 ปี พร้อมของกลางมาสอบปากคำ ที่ฝ่ายปฏิบัติงานสืบสวน สภ.เมือง จ.ชุมพร โดยกันไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปภายในห้อง ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ก่อนนำตัวขึ้นรถมาส่งพนักงานสอบสวน ที่ สภ.นนทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ด้านนางดา (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นแม่ของนายภูริณัฐ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเองไม่ได้ทราบเรื่องที่ลูกไปก่อเหตุฆ่าผู้อื่นตาย เพราะตนเองไม่ได้ใส่ใจในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันแทบทุกวัน จนกระทั่งวันนั้นได้เห็นชายต้องสงสัยก่อเหตุฆ่าคนตายทางทีวี รู้สึกตกใจเพราะภาพที่เห็นนั้น คล้ายลูกตัวเองอย่างมาก

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ลูกชายได้โทรมาบอกให้ออกมารับด้วย โดยลูกชายบอกว่ามากับรถทัวร์ปรับอากาศ ถึงชุมพรประมาณ 5 ทุ่มเศษ และลูกยังบอกว่าให้แม่ออกมารับบริเวณสี่แยกปฐมพร อ.เมือง จ.ชุมพร เมื่อได้เวลาตนก็ขับรถยนต์ออกมารับ ซึ่งรถมาถึง 5 ทุ่มเศษ โดยเมื่อลูกมาถึงได้โทรบอกว่ารออยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ ตนก็ได้ขับรถออกไปรับ ณ จุดนัดหมาย หลังจากที่รับแล้ว ตนก็ขับรถกลับบ้านทันที

นางดากล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ลูกกลับมาอยู่ที่บ้าน ตนก็พยายามสอบถามเกี่ยวกับคดีฆ่าหมกคอนโดกับลูก แต่ลูกชายก็บอกว่า เดี๋ยวตำรวจก็จับคนร้ายได้เอง ตำรวจเก่งอยู่แล้ว ก็เท่านั้น และไม่มีทีท่าส่อพิรุธแต่อย่างใด ลูกใช้ชีวิตเป็นปกติทุกอย่าง แม้จะถามว่าคนในข่าวคือลูกหรือเปล่า ลูกชายก็ไม่ตอบ จะตอบก็เพียงเดี๋ยวตำรวจก็จับคนร้ายได้

จนกระทั่ง เมื่อช่วงสายของวันนี้ ได้มีตำรวจจำนวนมาก ขับรถเข้ามาถึงที่บ้านพร้อมแจ้งให้ทราบและแสดงหมายจับให้ดู ตนเองรู้สึกช็อกมากที่คนร้ายที่คิดและสงสัยนั้นก็คือลูกชายตนเอง ซึ่งลูกชายก็ไม่ได้คิดจะหลบหนีแต่อย่างใด ได้สารภาพว่าเป็นคนฆ่านายไพศาลจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองชุมพร ก่อนที่จะนำตัวลูกชายขึ้นไป จ.นนทบุรีดังกล่าว

นางดายังกล่าวอีกว่า สำหรับสาเหตุที่ลูกชายก่อเหตุนั้น ตนเองได้นั่งร่วมฟังในการสอบปากคำด้วย โดยลูกชายบอกว่า คนตายได้ทำธุรกิจร่วมกัน และคนตายยังได้ยืมเงินของลูกชายถึง 5 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนใหญ่นั้นลูกชายจะโทรมาขอตนในบางส่วน แต่เมื่อทวงถามก็จะถูกปฏิเสธบ่อยครั้ง

จนกระทั่งถึงวันเกิดเหตุลูกชายยอมรับว่า ได้พกอาวุธมีดไปด้วย เนื่องจากคนตายเริ่มไม่พอใจ ประกอบกับคนตายมีรูปร่างสูงใหญ่ ลูกชายบอกตำรวจว่า กลัวจถูกทำร้าย ซึ่งก็เป็นไปตามที่ลูกชายคาดเดา เมื่อทวงถาม นายไพศาลก็แสดงอาการฉุนเฉียวและกระโดดบีบคอลูกชาย จนลูกชายต้องใช้อาวุธมีดแทงเพื่อป้องกันตัว

นางดากล่าวต่ออีกว่า ตนเองไม่ได้ยกยอลูกชาย แต่ขอบอกว่าลูกชายไม่เคยสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับตนและครอบครัวเลย ลูกชายเรียนดีมาก และตนเองยืนยันว่า ลูกชายเป็นชายเต็มตัว มีแฟนเป็นผู้หญิง ไม่ใช่เป็นคู่เกย์ตามที่เป็นข่าวก่อนหน้าแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจากทางอมรินทร์ทีวี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง